“คริสมาสต์วันประเสริฐ แจ่มเจิดหัวใจสดชื่น เชิญพี่น้องมาเริงรื่น ให้ครื้นเครงใจสุขล้น” ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีอย่าง เทศกาลคริสต์มาส ที่ทุกๆ ปีแต่ละจะมีการประดับประดาไฟตามท้องถนน อาคารต่างๆ คราวนี้เรามาดูประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ต้องไปดูไฟ และเฉลิมฉลองคริสมาสต์ก่อนตาย ให้ได้เลยทีเดียว

  1. กรุงปราก , สาธารณรัฐ เช็ก

ว่ากันว่าในช่วงที่อบอุ่นที่สุดของฤดูหนาว ปราก ก็ยังคงมีหิมะตก ดังนั้นจินตนาการได้เลยว่าในยามค่ำคืนของที่นี่แสงไฟจะตกกระทบกับสีขาวของหิมะ ให้ความสวยงามและหนาวเหน็บตลอดเส้น ซึ่งทุกแห่งหนจะมีเหล้าองุ่นขายเพื่อคลายอาการสั่นสยิว ผู้คนที่นี่นิยมประดับประดาต้นไม้ไว้ในถัง และร่วมกันบริจาคอุปกรณ์ตกแต่งให้กลายเป็น Bethlehem ดินแดนแห่งพระประสูติกาลขององค์พระเยซูคริสต์


  1. อันสเตอร์ดัม , เนเธอร์แลนด์

บ้านเกิดของนักบุญ เซนต์นิโคลัส หรือที่ทั้งโลกรู้จักกันในชื่อ ซานตาคลอสนั่นเอง ซึ่งในทุกปีที่สะพานหลักของเมืองจะจัดงานเทศกาลไฟประดับ และใครอยากจะขอพรให้สมประสงค์ แนะนำให้มุ่งตรงไปที่ พิพิธภัณฑ์ Amstelkring หรือ โบสถ์แห่งความลับ ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Red Light


  1. Christmas On A Great Street 2018-2019 , สิงคโปร์

Christmas On A Great Street 2018-2019 จะจัดขึ้นในย่านถนนออร์ชาร์ด ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งอันโด่งดังใจกลางเกาะสิงคโปร์ โดยในปีนี้จะเปลี่ยนถนนออร์ชาร์ดและถนนใกล้เคียงให้กลายเป็นโลกแห่งดิสนีย์ จะมีการตกแต่งไฟประดับสุดตระการตาตลอดถนนระยะทาง 2.88 กิโลเมตร นำโดยตัวละครต่าง ๆ จากดิสนีย์ แบ่งเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ Disney Princess, Mickey Mouse and Friends, Frozen และ Toy Story งานเริ่มตั้งแต่ 10 พ.ย. 61 ไปจนถึง 1 ม.ค. 62 เริ่มเปิดไฟตั้งแต่ 18.00 น.


  1. โตเกียว , ญี่ปุ่น

ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้คู่รักต่างๆ จะจูงมือกันไปชมทะเลดวงดาวจากไฟประดับนับล้านดวงกันที่สวนแห่งดวงดาว (Starlight Garden) หนุ่มสาวคู่รักจะมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเทศกาลคริสต์มาสนี้เป็นประหนึ่งวาเลนไทน์ปลายปีในฤดูที่โรแมนติกที่สุด

แลนด์มาร์คสำคัญๆ ที่พลาดไม่ได้สำหรับการไปสัมผัสบรรยากาศ ชมการประดับตกแต่ง รวมไปถึงการช้อปปิ้งแห่งเทศกาลคริสต์มาส คือ รอปปองงิ ฮิลล์ (Roppongi Hill), โตเกียว มิดทาวน์ (Tokyo Midtown), กินซ่า (Ginza), ชินจูกุ (Shinjuku), มารุโนชิ (Marunochi) และยูระคาโช (Yurakacho)


  1. แลปแลนด์ , ฟินแลนด์

ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์ซึ่งเชื่อกันว่ามี ซานตาคลอส ตัวจริงอาศัยอยู่ที่เมือง Rovaniemi โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปพบเขา และช่วยตระเตรียมขนมปังสำหรับแจกในเทศกาลคริสต์มาส หรือถ้าอยากย้อนความฝันวัยเยาว์ จะขอนั่งตักด้วยก็ได้

ใครไม่ชอบเบียดเสียดกับฝูงชนที่เฝ้ารอซานต้าอยู่หน้าบ้าน ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งให้ไปที่ เมือง Kuusamo และว่ากันอีกว่า ซานต้าผู้นี้สามารถพูด-ฟังได้ทุกภาษา


  1. เนิร์นแบร์ก, เยอรมนี

เมืองต้นตำรับขนมผิง ที่สำคัญตลาดคริสต์มาสที่มีร้านค้าเกือบสองร้อยร้านแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่สินค้าประดับต้นคริสต์มาสและของชำร่วยทั่วไป แต่จะเป็นของชำร่วยประจำเทศกาลนี้เท่านั้น และยังมีร้านขนมและร้านอาหารประจำเทศกาลที่หนึ่งปีจะได้ชิมแค่ครั้งเดียว ที่สำคัญที่สุดสินค้าทุกชิ้นที่ขายล้วนแล้วแต่เป็นงานฝีมือและงานศิลปะชั้นดี


  1. นิวยอร์ก , อเมริกา

ในช่วงเวลานี้ของปี มหานครนิวยอร์กจะเต็มไปด้วยการประดับตกแต่งด้วยสีเขียวสีแดง ที่เป็นตัวแทนแห่ง เทศกาลคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสขนาดมหึมา และการประดับอาคารสวยงาม


  1. ซิดนี่ย์ , ออสเตรเลีย

วันคริสต์มาส จะตรงกับฤดูร้อนของออสเตรเลียพอดิบพอดี ผู้คนจึงนิยมออกมาฉลองคริสต์มาสกันที่ชายหาด ขณะเดียวกันก็มีการประดับประดาอาคาร และต้นคริสต์มาสเหมือนในประเทศอื่นๆ

ส่งความเห็นของคุณสิ!