เที่ยวกรุงเทพ กันกับ 20 ที่เที่ยวในกรุงเทพ สุดเจ๋ง ฟรี ไม่เสียตังซักบาท!

หากคุณต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯเพื่อการพักผ่อน แต่เงินในบัญชีของคุณกลับไม่ค่อยเป็นใจ ไม่ต้องกังวลไป! ยังคงมีกิจกรรมเจ๋งๆอีกมากมายที่ยังรอให้คุณไปสัมผัสในเมืองหลวงแห่งนี้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินก้อนโตเสมอไป และเหล่านี้คือกิจกรรมสนุกสุดชีคแบบไม่เสียตังค์ที่คุณก็ฟินได้ ณ ที่นี่ กรุงเทพมหานคร!


1. สนุกและเพลินเพลินไปกับการชมการแข่งขันชกมวยไทย ณ ศูนย์การค้า MBK ช้อปปิ้งเซนเตอร์


ที่เที่ยวในกรุงเทพ mbk-shopping-mall

ทุกคืนวันพุธ ศูนย์การค้า MBK ช้อปปิ้งเซนเตอร์จะเป็นสถานที่ที่ใช้จัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ในช่วงกลางคืน หรือ MBK Fight Night ที่ซึ่งนักมวยไทยจากทั่วทุกมุมโลกจะเดินทางมาเพื่อประลองฝีมือในการชกมวยไทยของแต่ละคนบนเวทีมวยกลางแจ้ง ด้านหน้าทางเข้าศูนย์การค้าและเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมและเชียร์ร่วมกันได้ ด้วยบรรยากาศของการต่อสู้ เสียงพากย์ของนักพากย์มวยและนักวิจารณ์การชกมืออาชีพ พริตตี้สาวถือป้ายบนเวทีมวย แสงและสีบนเวที จะทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าคุณกำลังชมการแข่งขันชกมวยในสังเวียนจริงๆ แต่คุณกลับไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาโอกาสในการชมวิถีการต่อสู้ตามแบบฉบับมวยไทยขนานแท้ MBK Fight Night เป็นหนึ่งในคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถเติมเต็มประสบการณ์อันน่าทึ่งให้กับการเดินทางของคุณได้

วิธีการเดินทาง : เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

ที่เที่ยวในกรุงเทพ MBK


2. ทดสอบความกล้าและสัมผัสประสบการณ์หลอนบนตึกร้าง Sathorn Unique Ghost Tower


ที่เที่ยวในกรุงเทพ Sathorn Unique Ghost Tower
ที่เที่ยวในกรุงเทพ Sathorn_Unique_Tower_by_neajjeanสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์หลอน น่าขนลุก การเดินทางไปเยือนตึกร้าง Sathorn Unique Ghost Tower น่าจะเป็นหนึ่งในจุดหมายของคุณที่คุณสามารถสัมผัสได้ ด้วยความที่ตึกแห่งนี้เป็น ตึกระฟ้าตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาหลายปี และเมื่อมีผู้กล้าลองเข้าไปสำรวจภายในตึก หลายต่อหลายคนต่างบอกต่อๆกันมาจนเป็นที่เลื่องลือถึงบรรยากาศอันวังเวง น่าขนลุกบนตึกร้างแห่งนี้ด้วยข่าวลือที่ว่ากันว่า ตึกแห่งนี้ถูกสร้างบนพื้นที่ที่เคยเป็นสุสานมาก่อน และเคยมีเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวสวีเดนคนหนึ่ง ขึ้นมาฆ่าตัวตายบนตึกแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2557 และวิญญาณของนักท่องเที่ยวคนนั้น ก็ยังคงวนเวียนอยู่บนชั้นที่ 43 ของตึกแห่งนี้

แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบัน ทางราชการได้ทำการประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับคนทั่วไปแล้ว แม้ว่าเราอาจจะยังสามารถเข้าไปในพื้นที่ของตึกร้างได้ด้วยวิธีพิเศษอื่นๆ แต่ทางที่ดี การชมตึกร้างจากระยะที่ปลอดภัยจะเป็นการดีที่สุด ไม่คุ้มค่าเลยหากคุณฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่ตึกร้างและต้องคอยหลบผู้ดูแลตึกหรือวิ่งหนีอย่างแตกตื่นจากสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถอธิบายได้ ก็เป็นได้!!!

วิธีการเดินทาง : เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสะพานตากสิน


3. อิงแอบบรรยากาศอันร่มรื่น เป็นธรรมชาติ ที่สวนลุมพินี


เที่ยว กรุงเทพ สวนลุมพินี

สวนสาธารณะที่ได้ชื่อมาจากสถานที่อันเป็นที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในประเทศเนปาล สวนลุมพินีเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อน เพื่อหลีกหนีจากความสับสนวุ่นวาย และวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนในเมือง กับบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานรอบๆแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ทำให้ทิวทัศน์ดูร่มรื่น สวยงาม ผู้คนทั่วไปนิยมไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อการผักผ่อนหย่อนคลายในสวนสาธารณะแห่งนี้ ยกตัวอย่าง เช่น การทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ การไปปิกนิก วิ่งจ๊อกกิ้ง เดินออกกำลังกายท่ามกลางความเงียบสงบของบรรยากาศรอบด้าน หรือหากคุณต้องการออกแรงอีกซักนิด การเข้าร่วมการเต้นแอโรบิกกลางแจ้งเป็นหมู่คณะยามพระอาทิตย์ตกเย็นก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

วิธีการเดินทาง : เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีศาลาแดง สถานีสีลม หรือโดยรถไฟใต้ดิน MRTที่สถานีลุมพินีก็ได้


4. สัมผัสบรรยากาศสีเขียวบนชั้นดาดฟ้า Siam Green Sky


ที่เที่ยวในกรุงเทพ kbank-digitplatform-0001
ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน สวน Siam Green Sky ถือเป็นสวนบนดาดฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ จัดทำขึ้นตามโครงการการเกษตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ผู้มาเยือนสามารถชมขั้นตอนการทำปุ๋ยออร์แกนิคและเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักด้วยตนเองได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดสีเขียวทุกๆวันเสาร์-อาทิตย์ที่สามของเดือน ซึ่งคุณสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือจะเลือกดูเลือกชิมอาหารจากพืชออร์แกนิคที่หลากหลายได้อย่างจุใจ

วิธีการเดินทาง : เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสยาม

ที่เที่ยวในกรุงเทพ


5. ชมจระเข้ที่วัดจักรวรรดิ


วัดจักรวรรดิราชาวาส (สามปลื้ม) / 0000121

ในขณะที่คุณกำลังเตร็ดเตร่อยู่แถวๆย่านเยาวราชนั้น คุณสามารถเดินทางแวะเข้าไปในวัดจักรวรรดิเพื่อไปชมเหล่าจระเข้ตัวเป็นๆได้ การนำจระเข้เหล่านี้เข้ามาเลี้ยงไว้ในวัดนั้น เริ่มมาจากการจับจระเข้ตัวหนึ่งได้ในแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ๆกับวัด ปัจจุบันมีจระเข้ที่เลี้ยงไว้อยู่ด้วยกัน 3 ตัว โดยได้รับการดูแลจากพระภิกษุในวัด ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้

วิธีการเดินทาง : จากท่าเรือราชวงศ์ เดินตรงไปตามถนนราชวงศ์ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กๆซอยแรก จากนั้นจึงเลี้ยวขวาเพื่อเข้าไปทางประตูด้านทิศใต้ของวัด

จระเข้ที่วัดจักรวรรดิ 1


6. เที่ยวเตร็ดเตร่ไปบนถนนข้าวสาร


ถนนข้าวสาร 1
คุณจะได้พบกับงานปาร์ตี้และนักเดินทางแบ็คแพ็คเกอร์มากมายบนถนนเส้นนี้ ถนนข้าวสารคือสวรรค์สำหรับนักเดินทางที่มีงบประมาณจำกัดที่กำลังมองหาที่พักราคาถูก ที่นี่ยังเป็นแหล่งของร้านนวดแผนไทย บริษัทนำเที่ยวและร้านอาหารต่างๆอีกมากมาย เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน บนถนนเส้นนี้ก็จะเต็มไปด้วยบาร์และผับต่างๆ ที่เปิดให้บริการแก่นักเดินทางเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศความรื่นเริงสังสรรค์ ท่ามกลางเสียงดนตรียามค่ำคืน

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของถนนข้าวสาร คือ บรรยากาศของการผ่อนคลาย เป็นอิสระ ผู้คนเป็นมิตรและยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือน นับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณต้องมาเยือนให้ได้หากมีโอกาส

วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถฟ้า BTS สยาม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หรือสถานีราชวิถี การนั่งแท็กซี่ต่อไปยังถนนข้าวสารน่าจะเป็นวิธีการเดินทางที่ดีที่สุด เนื่องจากไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าเข้าไปถึงโดยตรง และแนะนำให้ขึ้นเฉพาะรถแท็กซี่ที่มีมิเตอร์แจ้งค่าโดยสารเท่านั้น

ถนนข้าวสาร 2


7. สัมผัสอย่างใกล้ชิดกับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งผ่านที่ตลาดสถานีรถไฟแม่กลอง


Rom Hoop market or Folding Umbrella Market where vendors and sho
เหตุผลที่ทำให้ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือการดำเนินวิถีชีวิตที่ประสานสอดคล้องกันระหว่างรถไฟกับตลาด ผู้มาเยือนสามารถเดินบนรางรถไฟเพื่อเที่ยวชมตลาด ร้านค้าเสื้อผ้าและสินค้าต่างๆได้อย่างเพลิดเพลิน และเมื่อขบวนรถไฟกำลังมาถึง กระดิ่งบอกสัญญาณเตือนก็จะดังขึ้น ซึ่งมีเวลามากพอให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าได้หุบร่มและเก็บหรือชักลากกระบะขายสินค้าของตนหลบออกจากรางรถไฟ และเมื่อขบวนรถไฟได้ผ่านพ้นไป เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็จะกางร่มกลับคืนพร้อมทั้งสินค้าต่างๆ และการค้าขายภายในตลาดก็ดำเนินต่อไปตามปกติ การที่ได้เห็นขบวนรถไฟวิ่งผ่านท่ามกลางตลาดในระยะประชิดจนคุณสามารถเอื้อมมือแตะขบวนรถไฟได้ (ซึ่งจริงๆแล้วไม่ควรทำ) นับเป็นประสบการณ์ที่พิเศษจริงๆ คุณสามารถใช้โอกาสนี้ เก็บภาพแห่งความประทับใจเหล่านี้ไว้ แต่ระวังการถ่ายรูปเซลฟี่กับขบวนรถไฟที่เสี่ยงจนเกินไปด้วยละกันนะ

วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูทางออกที่ 4 เดินออกมายังสถานีรถตู้โดยสารใต้ทางยกระดับ และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินทางไปยังตลาดสถานีรถไฟแม่กลอง

ตลาดสถานีรถไฟแม่กลอง 2


8. แวะชมอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพมหานคร


อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพมหานคร 2

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสัตว์ป่าและธรรมชาติ การเดินทางไปแวะชมอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพมหานคร เพื่อชื่นชมความงามของผีเสื้อสีสันสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ในโดมกระจกขนาดใหญ่ ท่ามกลางหมู่พันธุ์ไม้ เช่น เฟิร์น และดอกไม้นานาชนิด ที่ผู้มาเยือนสามารถทำการสำรวจ ปิกนิก หรือเช่าจักรยานเพื่อปั่นในบริเวณโดยรอบของอุทยานได้ อีกทั้งการเดินทางมาเยือนอุทยานแห่งนี้ ยังเป็นการช่วยปัดฝุ่นความรู้เก่าๆของคุณสมัยยังเป็นนักเรียนในเรื่องวงจรชีวิตของผีเสื้อ รวมทั้งข้อมูลและรายละเอียดของแมลงชนิดต่างๆได้อีกด้วย

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีหมอชิต หรือโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานีสวนจตุจักร

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพมหานคร 1


9. เดินช้อปปิ้งแบบสบายๆ ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร


ตลาดนัดสวนจตุจักร 1
หากถามนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครถึงสถานที่ที่ต้องไปเยือนมากที่สุด หนึ่งในคำตอบเหล่านั้นที่คุณอาจจะได้ยินบ่อยๆก็คือ ตลาดนัดสวนจตุจักรนี่เอง มันเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเดินเตร็ดเตร่เพื่อซึมซับบรรยากาศของร้านค้าและผู้คนมากมายได้อย่างมีอิสระ ที่ที่คุณสามารถใช้ทักษะในการต่อราคาสินค้ากับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าหลากหลายชนิดอยู่ในตลาดนัดแห่งนี้กว่า 15,000 ชีวิต แต่หากคุณต้องการจะควบคุมค่าใช้จ่ายของคุณไม่ให้บานปลายจนเกินไป ตลาดนั้นแห่งนี้ก็ถือเป็นสถานที่ที่คุณสามารถชื่นชมและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น หากมาเป็นหมู่คณะ ก่อนเดินแวะชมตลาดนัด ควรทำการตกลงกันเรื่องจุดนัดหมายให้ชัดเจน เนื่องจากด้วยความที่มีร้านค้าแผงสินค้าและผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ อาจทำให้เกิดการพลัดหลงกัน หรือหลงทางได้

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีหมอชิต ทางออกที่ 1 หรือ 3 หรือโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานีสวนจตุจักร ทางออกที่ 1 หรือ ลงที่สถานีกำแพงเพชร ทางออกที่ 1 ก็ได้

ตลาดนัดสวนจตุจักร 2 เที่ยวในกรุงเทพ


10. แวะพักไปทำสมาธิ สงบจิตใจที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร


มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร 2คุณเคยมีคิดอยากไปทำสมาธิบ้างมั๊ย? ถ้าใช่ คงไม่มีที่ไหนเหมาะที่สุดเท่ากับที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารอีกแล้ว วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานครและปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีความสำคัญ คือเป็นสถานที่จำพรรษาของพระผู้ทรงตำแหน่งสมณศักดิ์ชั้นอธิบดีสงฆ์อีกด้วย โดยในวัดแห่งนี้มีการเปิดชั้นเรียนสอนการฝึกทำสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานฟรีให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจทุกวัน และที่น่าสนใจคือ มีชั้นเรียนที่ทำการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติอีกด้วย ลองไปฝึกทำจิตใจให้สงบ ผ่องใสโดยการวิปัสสนากรรมฐานดู ไม่แน่ คุณอาจจะได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดไว้ก็ได้

วิธีการเดินทาง : โดยทางเรือ นั่งเรือไปขึ้นที่ท่าน้ำท่าช้าง เดินตรงออกมาจากท่าน้ำ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนมหาธาตุ

เที่ยวในกรุงเทพ มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร 1


11. ชมบรรยากาศของตลาดขายดอกไม้นานาชนิดที่ย่านปากคลองตลาด


ปากคลองตลาด 1 เที่ยวในกรุงเทพ
หากคุณมีโอกาสเดินทางไปที่ปากคลองตลาด หรือตลาดขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร รับรองได้ว่ากลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดต้องลอยเข้ามาเตะจมูกของคุณแน่นอน ที่แห่งนี้เปิดขายดอกไม้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณควรมาเยือนคือช่วงเวลารุ่งสาง ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น ซึ่งจะเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังมาเลือกซื้อดอกไม้สีสันสวยงามมากมายที่วางขายกันละลานตาไปหมดในตลาด นับเป็นภาพที่สวยงามแปลกตามากๆ หากอยากจะทำเซอร์ไพรซ์เล็กๆให้กับคนพิเศษของคุณ คุณสามารถหาซื้อช่อดอกไม้สวยๆเก๋ๆ ราคาไม่แพงได้ที่นี่ ด้วยดอกไม้ที่มีอยู่หลากหลายชนิด ตั้งแต่ดอกกุหลาบ ดอกกล้วยไม้ ดอกลิลลี่ หรือดอกไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ดอกบลูฮาวาย ดอกทิวลิป ก็มีให้เลือกสรร นอกจากนี้ยังมีสินค้าจำพวก กระถาง แจกัน หรือแผ่นโฟมที่ใช้สำหรับปักดอกไม้วางขายกันโดยทั่วไปอีกด้วย

วิธีการเดินทาง : โดยทางเรือ นั่งเรือไปขึ้นที่ท่าน้ำสะพานพุทธฯ จากนั้นเดินไปยังถนนและเลี้ยวซ้าย

ปากคลองตลาด 2 เที่ยวในกรุงเทพ


12. ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ วัดสระเกศ


สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 2
วัดสระเกศ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “วัดภูเขาทอง” ตามลักษณะความโดดเด่นของเจดีย์สีทองตั้งสูงตระหง่าน ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน การขึ้นไปบนยอดเจดีย์นั้น คุณจะต้องเดินขึ้นบันไดที่วนรอบตัวเจดีย์ขนาดใหญ่มากกว่า 300 ขั้น ซึ่งคุ้มค่ามากแก่ความพยายามกว่าจะขึ้นไปถึง เพราะคุณจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามาได้จากด้านบนยอดเจดีย์แห่งนี้นี่เอง หากคุณมีโอกาสเดินทางมาวัดแห่งนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน คุณก็อาจจะโชคดีได้พบกับกิจกรรมงานวัดที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกๆปีพอดี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจกันเดินทางมาเที่ยวงานวัดที่นี่กันอย่างล้นหลาม

วิธีการเดินทาง : โดยทางเรือ จากท่าเรือมหาราช วิธีที่สะดวกที่สุด คือนั่งแท็กซี่ไปยังวัดสระเกศโดยตรง

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร


13. เรียนรู้เรื่องราวอันน่าทึ่งของเสาชิงช้า ณ วัดสุทัศน์


13. วัดสุทัศน์ 2สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ
สิ่งที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของวัดสุทัศน์แห่งนี้ ไม่ได้มีแต่เพียงการออกแบบและตกแต่งภายในอาคารที่สวยงาม หรือประติมากรรมรูปแกะสลักหินของจีนเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด คือ สถาปัตยกรรมเสาชิงช้าขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สำคัญยิ่งของวัดแห่งนี้ เสาชิงช้าแห่งนี้มีความสูงถึง 21.15 เมตร ในอดีต เคยถูกใช้งานจริงในงานเทศกาล งานมหรสพต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า “การโล้ชิงช้า” ที่ซึ่งชายหนุ่มจะขึ้นไปบนท่องไม้ซุงที่กำลังแกว่งอยู่บนชิงช้าเพื่อเอื้อมไปคว้าถุงเงินหรือเหรียญเงินที่ผูกเอาไว้ด้วยปากของตน ซึ่งหลายต่อหลายครั้งที่พิธีกรรมดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตมาแล้วมากมาย ด้วยเหตุนี้ พิธีกรรม “การโล้ชิงช้า” จึงถูกยกเลิกไป นับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน

วิธีการเดินทาง : โดยทางเรือ จากท่าเรือท่าช้าง วิธีที่สะดวกที่สุด คือนั่งแท็กซี่ไปยังวัดสุทัศน์โดยตรง

13. วัดสุทัศน์ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ


14. จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และสุนทรียภาพในตัวคุณ ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร


สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ 14. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร 1
หากการเรียนรู้เรื่องราวในอดีตเก่าๆ ไม่ใช่สไตล์ของคุณ และหากคุณเป็นคนชอบอะไรใหม่ๆ ดูทันสมัย ขอแนะนำให้เดินทางไปที่ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครเพื่อสนองตอบความต้องการของคุณ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยการจัดนิทรรศการและห้องจัดแสดงศิลปะต่างๆ ที่แสดงผลงานของทั้งศิลปินชาวไทยและศิลปินจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ที่มีใจรักในศิลปะสามารถดื่มด่ำบรรยากาศและเรียนรู้งานศิลปะต่างๆที่จัดแสดงได้อย่างเต็มที่ แต่หากคุณไม่ค่อยจะสันทัดในเรื่องของศิลปะสักเท่าไหร่ คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับร้านกาแฟเก๋ๆและร้านค้าต่างๆที่เปิดให้บริการอยู่ในพื้นที่ได้อย่างสบายๆ

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกที่ 3

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ 14. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร 2


15. ชมการแสดงรำไทยที่ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ


15. ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ 1
ศาลเท้ามหาพรหม โรงแรมเอราวัณแห่งนี้ สร้างขึ้นในปีราว พ.ศ. 2493 เป็นที่ประดิษฐานองค์ท้าวมหาพรหม หรือพระพรหม เทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู เพื่อความเป็นสิริมงคลในการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณบนพื้นที่แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาเพื่อสักการะและขอพรจากท้าวมหาพรหมให้สมหวังในด้านต่างๆ และเพื่อความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ซึ่งหากโอกาสเอื้ออำนวย คุณก็อาจจะได้ชมการฟ้อนรำต่างๆของไทยที่กำลังจัดแสดงขึ้นเพื่อเป็นการสักการะองค์ท้าวมหาพรหมอยู่พอดิบพอดีก็เป็นได้

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีชิดลม

สถานที่ท่องเที่ยว กรุงเทพ 15. ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ 2


16. เดินทอดน่องสำรวจที่ย่านถนนพัฒน์พงศ์


สถานที่ท่องเที่ยว กรุงเทพ 16. พัฒน์พงศ์ 2
หากมองจากชื่อเสียงที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตของถนนพัฒน์พงศ์ในด้านการเป็นย่านโคมแดงที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชายหนุ่มนักเที่ยวยามราตรี ดังนั้นหากคุณมีโอกาสเดินทางผ่านมาในย่านนี้ คุณจะได้พบกับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอย่างแน่นอน ตลาดในยามค่ำคืนของที่นี่ ปัจจุบันยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวกลางคืน ที่กำลังสังสรรค์รื่นเริงอยู่กับบรรยากาศยามค่ำ ท่ามกลางเหล่าร้านผับบาร์ที่เปิดให้บริการอยู่เรียงรายบนถนนเส้นนี้ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เน้นออกไปแนวประหลาดและดูแปลกตา หากคุณนิยมการสำรวจเดินท่องยามราตรี ที่แห่งนี้จะทำให้คุณไม่ผิดหวัง แต่อาจจะต้องระวังกระเป๋าสตางค์ของคุณซักนิด เพราะมีนักล้วงกระเป๋ามือไวอยู่บ่อยครั้งในพื้นที่แห่งนี้

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีศาลาแดง หรือโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานีสีลมก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยว กรุงเทพ 16. พัฒน์พงศ์


17. ลัดเลาะเลียบริมน้ำที่ตลาดกลางคืนเอเชียทีค


สถานที่ท่องเที่ยว กรุงเทพ 17. เอเชียทีค 2

ถ้าคุณรู้สึกเกิดอยากจะจับจ่ายใช้สอยเงินในกระเป๋าที่คุณพอจะมีอยู่บ้าง ขอแนะนำให้นั่งเรือไปล่องแม่น้ำไปขึ้นที่ท่าเรือเอเชียทีค ตลาดกลางคืนริมน้ำแหล่งช้อปปิ้งสุดชีคที่สามารถผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปให้เข้ากับวัฒนธรรมแบบเอเชียได้อย่างลงตัว คุณสามารถเลือกชมสินค้าต่างๆได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่สินค้าแฟชั่นท้องถิ่น งานหัตถกรรม ของที่ระลึกรวมไปถึงสินค้างานออกแบบเก๋ๆต่างๆ อีกทั้งยังมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรมต่างๆมากมาย ที่โดดเด่นมากที่สุด คือการแสดงหุ่นกระบอกไทยและการแสดงต่างๆของสาวประเภทสองสุดตระการตา

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ตลาดเอเชียทีคเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์น่าเดินเที่ยวในยามค่ำคืน แต่หากคุณไม่ได้ต้องการมาช้อปปิ้งสักเท่าไหร่นัก การเดินเลาะไปตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ชมทิวทัศน์ยามคืนของกรุงเทพฯ ก็สามารถทำให้คุณมีความสุขและเพลิดเพลินได้เช่นเดียวกัน

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสะพานตากสิน จากนั้นขึ้นเรือฟรีที่สถานีไปยังท่าน้ำเอเชียทีค

สถานที่ท่องเที่ยว กรุงเทพ


18. เพลิดเพลินกับการแสดงหุ่นกระบอกไทย ณ หมู่บ้านศิลปินคลองบางหลวง


เที่ยวกรุงเทพ 18. หมู่บ้านศิลปินคลองบางหลวง 2
หมู่บ้านศิลปินคลองบางหลวง เป็นเหมือนศูนย์การแสดงทางวัฒนธรรมที่เหล่าศิลปินและผู้สนใจในศิลปวัฒนธรรมต่างมารวมตัวกันที่นี่มากมาย การไปเยือนบ้านศิลปินซึ่งเปิดเป็นร้านกาแฟและพื้นที่จัดการแสดง เพื่อนั่งจิบกาแฟ ชื่นชมสถานที่ที่ตกแต่งด้วยภาพเขียน นิทรรศการภาพวาดและงานศิลปะของศิลปินมากมาย พร้อมชมการแสดงต่างๆ นับว่าคุ้มค่ามากๆกับการมาเยือน
การแสดงที่เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่ ก็คือ การแสดงหุ่นกระบอกไทยที่เปิดทำการแสดงทุกวัน ยกเว้นวันพุธ โดยผู้เชิดหุ่นจะแต่งชุดสีดำ และเชิดหุ่นเพื่อทำการแสดงตามเนื้อเรื่องในวรรณกรรมรามเกียรติ์สุดคลาสสิก ซึ่งผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับรูปแบบการแสดงต่างๆมากมาย รวมไปถึงศิลปะการแสดงกายกรรมอันสุดระทึกอีกด้วย

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีวงเวียนใหญ่ จากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อไปยังบ้านศิลปินโดยตรง

เที่ยวกรุงเทพ18. หมู่บ้านศิลปินคลองบางหลวง


19. เที่ยวไปรอบโลกที่เทอร์มินอล 21


19. เทอร์มินอล 21 1เที่ยวกรุงเทพ

ห้างสรรพสินค้าสูง 9 ชั้นที่มีรูปแบบการตกแต่งในธีมของสนามบิน ซึ่งในแต่ละชั้นถูกออกแบบให้กลายเป็นเมืองใหญ่ต่างๆจากทั่วโลก มีสถานที่สำคัญๆที่เป็นจุดแลนด์มาร์กของแต่ละเมืองที่คุณรู้จักเป็นอย่างดี เช่น ลอนดอน โตเกียว และซานฟรานซิสโก เป็นต้น ภายในห้างสรรพสินค้า ประกอบไปด้วยร้านขายสินค้าต่างๆ ร้านขายของสะสม หรือร้านอาหารและแผงขายสินค้าต่างๆอีกมากมายให้คุณเลือกชม ที่สำคัญที่สุด คือ การที่คุณสามารถเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมการออกแบบ และการตกแต่งภายในห้างสรรพสินค้าได้ โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

วิธีการเดินทาง : โดยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีอโศก หรือโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานีสุขุมวิทก็ได้

เที่ยวกรุงเทพ


20. ซึมซับวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืนที่ย่านเยาวราช


20. ย่านเยาวราช 1เที่ยวกรุงเทพ
สัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนใจกลางกรุงเทพมหานครในย่านไชน่าทาวน์เมืองไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เยาวราช” ที่ซึ่งวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมจีนได้หลอมรวมผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน คุณจะได้พบกันวัดวาอาราม อาหารและร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายไปตามถนนหนทางต่างๆ ซุ้มประตูแบบจีนขนาดใหญ่ และวัดมังกรกมลาวาส (วัดดอกบัวมังกร) ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน จนอาจทำให้คุณสับสนได้ว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศจีนรึเปล่า?

วิธีการเดินทาง : โดยทางน้ำ นั่งเรือไปขึ้นที่ท่าน้ำราชวงศ์ จากนั้นเดินไปตามถนนราชวงศ์ต่อไปยังถนนเยาวราช

เที่ยวกรุงเทพ 20. ย่านเยาวราช เที่ยวรุงเทพ ไชน่าทาวน์

ส่งความเห็นของคุณสิ!