เที่ยวไอซ์แลนด์ กับ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  ที่สวยจนต้องหยุดหายใจ

เที่ยวไอซ์แลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์เป็นเกาะในทวีปยุโรปและเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด ไอซ์แลนด์มีความโดดเด่นทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก กระทั่งในเมืองหลวงที่ผู้มาเยือนสามารถชมวิวทะเลและเทือกเขาโดยรอบอันสวยงามได้ โดยประเทศนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตั้งแต่ธารน้ำแข็งจนถึงน้ำพุร้อนจากใต้พิภพและภูเขาไฟที่สามารถปะทุได้อยู่ เป็นต้น นอกจากธรรมชาติแล้วนักท่องเที่ยวจะยังได้สัมผัสปรากฎการณ์ธรรมชาติอย่างดวงอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อนและแสงเหนือด้วย จึงรับรองได้ว่าประเทศนี้จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนที่อื่นใดในโลกอย่างแน่นอน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของประเทศมี ดังนี้


10.เขตอนุรักษ์ธรรมชาติฮอร์นสตรานเดอร์ (Hornstrandir Nature Reserve)

เที่ยวไอซ์แลนด์เขตอนุรักษ์ธรรมชาติฮอร์นสตรานเดอร์ตั้งอยู่ในคาบสมุทรเวสท์ฟยอร์ด (Westfjords) ฮอร์นสตรานเดอร์เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่หลงรักในธรรมชาติ ถึงแม้จะต้องเจอกับความท้าทายต่างๆ จากเส้นอันขรุขระไปตามภูเขาที่เป็นหินผาสูงชันและหน้าผาริมทะเล ตลอดจนถึงต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพราะไม่มีร้านค้าหรือบริการช่วยเหลือที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ตาม สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมคือหน้าผาริมทะเล Hornbjarg ที่ตั้งปลายสุดทางตอนเหนือของอุทยาน ในช่วงฤดูร้อนจะมีบริการทัวร์พานักท่องเที่ยวปีนป่ายไปภูเขาอย่างปลอดภัยคอยให้บริการ


9.ฮูสาวิก (Husavik)

เที่ยวไอซ์แลนด์ฮูสาวิกเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ซ้อนตัวอยู่ในอ่าวที่ sheltered cove ทางตอนเหนือของปะเทศ หมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมปลาวาฬดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยสายพันธุ์ปลาที่มักพบเห็นได้จากการนั่งเรือท่องเที่ยวมีทั้งวาฬมิงค์ วาฬหลังค่อม และวาฬสีน้ำเงิน ตลอดจนถึงโลมาสันจมูกขาวและโลมาอ่าว ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้มีทั้งพิพิธภัณฑ์วาฬแห่งฮูสาวิก (Husavik Whale Museum) ที่จัดแสดงโครงกระดูกของวาฬพันธุ์ต่างๆ ขนาดเท่าจริง และบันทึกเหตุการณ์ล่าปลาวาฬในไอซ์แลนด์ไว้เป็นอย่างดี และโบสถ์ไม้ Husavikurkirkja ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1907


8.ลานมานนาเลยการ์ (Landmannalaugar)

เที่ยวไอซ์แลนด์ลานมานนาเลยการ์เป็นพื้นที่ราบซึ่งตั้งอยู่ที่ขอบทุ่งลาวาในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Fjallaback สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากเส้นทางเดินป่าอันสวยงาม โดยหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมเป็นเส้นทางเดินระยะสั้นข้ามทุ่งลาวาแล้วปีนขึ้นเขา Blahnjukur ลานมานนาเลยการ์ยังเหมาะกับการแช่น้ำพุร้อนตามธรรมชาติอีกด้วย โดยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีบริษัททัวร์จำนวนมากให้บริการท่องเที่ยวแบบหนึ่งวัน นักท่องเที่ยวจึงสามารถมาเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย


7.อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park)

เที่ยวไอซ์แลนด์อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Þingvellir National Park) หรือที่เรียกกันว่าอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งรัฐสภาแห่งแรกของประเทศในช่วงศตวรรษที่ 10 อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศนี้ยังมีความสำคัญทางธรณีวิทยาด้วย เพราะตั้งอยู่บริเวณหุบเขารอยเลื่อนตามแนวแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นที่มาบรรจบกัน ใครที่มาเยือนกรุงเรคยาวิกก็สามารถมาเที่ยวอุทยานแห่งนี้แบบไปเช้าเย็นกลับได้เพราะอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก


6.ทะเลสาบไมวัตน์ (Myvatn)

เที่ยวไอซ์แลนด์ทะเลสาบไมวัตน์ซึ่งเกิดจากลาวาร้อนเมื่อหลายพันปีก่อนเป็นสถานที่ที่ดีสุดในการส่องนกในไอซ์แลนด์ เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกมากกว่า 100 สายพันธุ์ บริเวณแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของปากปล่องภูเขาไฟเทียมอันสวยงามอีกด้วย โดยจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าวได้ดีที่สุดนั้นอยู่ตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของทะเลสาบที่ใกล้กับหมู่บ้านสกูทัสทาโออีร์ (Skútustaðir)


5.กรุงเรคยาวิก (Reykjavik)

เที่ยวไอซ์แลนด์เรคยาวิกซึ่งตั้งอยู่ในคาบสมุทรเซลท์ยานาร์เนส (Seltjarnarnes Peninsula) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเป็นเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 120,000 คน นักท่องเที่ยวส่วนมากเริ่มต้นการท่องเที่ยวจากศูนย์นักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบดอะพอนด์ (Lake Tjörnin) ทางตะวันตกของเมือง สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ควรต้องไปให้ได้มีทั้ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (National Museum) และพิพิธภัณฑ์ซากา (Saga Museum) ซึ่งบอกเล่าถึงยุคไวกิงในอดีต โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja Church) อันทันสมัยที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองได้โดยรอบ แต่หากใครต้องการแวะตามร้านขายของ บาร์ และร้านอาหารขึ้นชื่อแล้ว ก็ขอแนะนำให้ไปที่ถนนช้อปปิ้งเลากาเวเกอร์ (Laugavegur) ในใจกลางเมือง


4.ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon Glacier Lagoon)

เที่ยวไอซ์แลนด์ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยเกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็ง Breidamerkurjokull ทะเลสาบแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การชมพลังธรรมชาติจากการที่ภูเขาน้ำแข็งหักออกจากธารน้ำแข็งจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแล้วร่วงลงสู่ทะเลเบื้องล่าง ซึ่งเป็นภาพที่น่าตรึงตาตรึงใจเป็นอย่างยิ่ง ใครที่ต้องการสัมผัสกับประสบการณ์ดังกล่าวสามารถรับชมได้จากถนนวงแหวน (Ring Road) หรือนั่งเรือเข้าไปชมอย่างใกล้ชิดได้


3.อุทยานแห่งชาติวัตนาโจคุล (Vatnajokull National Park)

เที่ยวไอซ์แลนด์อุทยานแห่งชาติวัตนาโจคุลเป็นบ้านของธารน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งกินอาณาเขตราว 14% ของประเทศ อุทยานแห่งนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่ส่วน ซึ่งส่วนที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดคือพื้นที่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nation Park) สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานนี้มีทั้งธารน้ำแข็งวัตนาโจคุล (Vatnajokull Glacier) ปากปล่องภูเขาไฟลากิ (Lakagigar) และน้ำตกเดตตี้ฟอสส์ (Dettifoss Waterfall) ขนาดใหญ่อันทรงพลัง เป็นต้น


2.วงกลมทองคำ (Golden Circle Route)

เที่ยวไอซ์แลนด์พื้นที่ทางตะวันออกของกรุงเรคยาวิกมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หมู่บ้าน น้ำพุร้อน และน้ำตก บริษัททัวร์หลายรายให้บริการท่องเที่ยวระยะสั้นในพื้นที่ดังกล่าวตามถนนและทางหลวงระหว่างเมืองซึ่งเรียกเส้นทางเหล่านี้รวมกันว่า “วงกลมทองคำ” โดยทัวร์ที่ได้รับความนิยมที่สุดนั้นจะแวะเที่ยวน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss Waterfall) หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า “น้ำตกทองคำ” (Golden Falls) ซึ่งตั้งอยู่ในแม่น้ำ Hvítá และน้ำพุร้อนกีย์เซอร์ (Geysir hot springs) ตลอดจนถึงอุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของประเทศในปี 930 ด้วย


1.ทะเลสาบสีฟ้า (Blue Lagoon)

เที่ยวไอซ์แลนด์ทะเลสาบสีฟ้าเป็นทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นรายล้อมไปด้วยหินลาวาสีดำ โดยใช้น้ำทะเลอันร้อนระอุตามแนวลาวาหลากที่ไหลผ่านในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำเหล่านี้จะมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเรคยาวิกเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยการขับรถยนต์เท่านั้น สถานที่ดังกล่าวยังมีร้านอาหารและรีสอร์ทขนาด 35 ห้อง ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนอย่างครบครัน ทั้งสปาทรีทเมนต์ ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และห้องฟิตเนส

ส่งความเห็นของคุณสิ!