เที่ยวโมรอคโค10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณต้องไปเยือน

เที่ยวโมรอคโค โมร็อกโกเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก โดยผู้มาเยือนจะได้สัมผัสการดำเนินชีวิตแบบอาหรับดั้งเดิม รวมถึงการนอนอาบแดดตามชายหาด เล่นสกีบนเขาในฤดูหนาว เดินเที่ยวในย่านเมืองเก่า (medina) ลองลิ้มรสอาหารในตลาดกลางแจ้ง (souk) หรือการพักผ่อนภายใต้แสงอาทิตย์ในเมืองริมทะเลสีขาวสะอาดตา สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของประเทศ มีดังนี้


10.เมืองซิดี้ อิฟนิ (Sidi Ifni)

เที่ยวโมรอคโคซิดี้ อิฟนิ เป็นเมืองชาวประมงที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมืองนี้เคยเป็นเมืองขึ้นของชาวสเปนมาก่อน และด้วยอุณหภูมิที่เฉลี่ยอยู่ราว 22°C ตลอดปี เมืองนี้จึงเป็นที่นิยมของชาวยุโรปที่ต้องการหลีกหนีจากอากาศอันหนาวเย็นในประเทศของตน ปัจจุบัน ซิดี้ อิฟนิ เป็นที่นิยมของผู้เล่นกระดานโต้คลื่น ส่วนที่ใครต้องการช้อปปิ้งก็มีตลาดปลาและตลาดซันเดย์ที่เปิดขายเฉพาะวันอาทิตย์ที่สนามบินเก่าให้เลือกเช่นกัน

 


9.กรุงราบัต (Rabat)

เที่ยวโมรอคโคกรุงราบัตซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอดแลนติก เป็นเมืองหลวงของประเทศและหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในปี 2013 ตามการจัดอันดับของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น กรุงราบัตมีทั้งเขตเมืองใหม่ที่มีถนนขนาดใหญ่และร้านคาเฟ่ตั้งอยู่มากมาย และย่านเมืองเก่าที่อยู่หลังกำแพงเมือง นักเดินทางที่มาเมดิน่าจะสามารถเลือกซื้อพรมและเครื่องหนังได้จากร้านต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย นอกจากการช้อปปิ้งแล้ว ขอแนะนำให้แวะมายังป้อมไอดูยะ (Kasbah des Oudaias) ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา เพื่อมาสัมผัสกับวิวทะเลที่งดงาม


8.เมืองแม็กแน็ส (Meknes)

เที่ยวโมรอคโคแม็กแน็สเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศในสมัยการปกครองของสุลต่านอิส มาส์ บิน ชาลิฟ (Sultan Moulay Ismail) โดยพระองค์ได้ปรับเปลี่ยนแม็กแน็สเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ตระการตาในสไตล์สเปน-มัวร์ โดยล้อมรอบเมืองด้วยกำแพงเมืองและให้เข้าออกผ่านประตูเมืองขนาดใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับอนุสรณ์สถานและสถานทางธรรมชาติมากมาย แม็กแน็สยังอยู่ใกล้กับเมืองโรมันโบราณโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่สุดอีกด้วย


7.เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen)

เที่ยวโมรอคโคเชฟชาอูนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสีน้ำเงิน (blue city) เพราะเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนเฉดสีน้ำเงินในหลายระดับ เมืองเชฟชาอูนซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโมร็อกโกนี้ ยังขึ้นชื่อจากงานหัตถกรรมอย่างผ้าทอซึ่งมีขายเฉพาะเมืองนี้เท่านั้นอีกด้วย


6.เมืองอซิลาห์ (Asilah)

เที่ยวโมรอคโคอซิลาห์ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตอนเหนือของประเทศ เป็นเมืองรีสอร์ทที่เป็นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในฤดูร้อน ในอดีต อซิลาห์นี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นศูนย์กลางทางการค้าของชาวฟินิเชียราว 1500 ปีก่อนคริสตกาล และในศตวรรษที่ 19-20 โจรสลัดก็ได้ใช้เมืองนี้เป็นฐานปฏิบัติการ ใครมาเยือนจะได้พบกับป้อมปราการในอดีตที่ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน ล้อมรอบด้วยย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสีขาวซึ่งได้รับการบูรณะให้กลับมาสวยงามดังเดิม และห่างจากอซิลาห์ไปทางตอนใต้ราว 2.5 กม. เป็นที่ตั้งของหาดพาราไดซ์ (Paradise beach) ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ


5.เมืองเอสเซาอิรา (Essaouira)

เที่ยวโมรอคโคเอสเซาอิราซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นหนึ่งในเมืองชายหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับบ้านเรือนสีขาวสะอาดตาตัดกับบานหน้าตาสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นฉากหลังของชายทะเลที่เต็มไปด้วยการเล่นกีฬาทางน้ำอย่างไคท์เซิร์ฟและวินเซิร์ฟ ส่วนที่ใครที่ชอบท่องเที่ยวไปในย่านเมืองเก่าก็จะได้พบกับงานศิลปะทำมือโดยใช้เทคนิคโบราณ อย่างงานแกะสลักไม้ทูยาและงานไม้เครื่องเรือน


4.เมืองเฟส (Fes)

เที่ยวโมรอคโคเฟส (สะกดว่า Fes หรือ Fez) เคยเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโกมาก่อน และปัจจุบันเป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศ เฟสเป็นเมืองเก่าแก่ที่ยังคงย่านเมืองเก่าเอาไว้ถึงสองแห่งและเป็นบ้านของมหาวิทยาลัยอัลกอราวียีน (Al-Qarawiyyin University) มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวอาจเริ่มการเที่ยวชมเมืองนี้จากย่านเมืองเก่า เฟส เอล บาลี (Fes el Bali) ซึ่งเป็นเขตเมืองใหญ่ที่สุดในโลกตามจำนวนประชากรที่ปลอดรถยนต์ โดยจะได้พบเห็นการขนส่งสินค้าด้วยลาและรถเข็นขนาดเล็ก บ้านเรือนและลานบ้านแบบโบราณที่สร้างขึ้นจากอิฐดิบและประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกโดยตั้งตามถนนแคบๆ และตรอกซอกซอยที่วกวนเหมือนเขาวงกตสลับกับตลาดกลางแจ้งและร้านค้าต่างๆ เมืองเฟสยังมีชื่อเสียงในด้านเครื่องหนังย้อมสีอีกด้วย


3.เทือกเขาแอตลาส (High Atlas)

เที่ยวโมรอคโคแอตลาสเป็นเทือกเขาที่ยาวตั้งแต่ชายฝั่งโมร็อกโกไปทางประเทศแอลจีเรีย บางส่วนของเทือกเขานี้เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติตูบคาล (Toubkal National Park) ซึ่งเป็นที่ตั้งของตูบคาล ยอดเขาสูงที่สุดของประเทศ (4,160 เมตร) เทือกเขาแอตลาสซึ่งสูงที่สุดในทวีปแอฟริกเหนือนี้มีกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ให้ทำมากมายตลอดทั้งปี ตั้งแต่กีฬาในฤดูหนาวไปจนถึงการเดินป่าในฤดูร้อน ส่วนใครที่ต้องการปีนขึ้นไปยังยอดเขาตูบคาลสามารถเริ่มต้นจากหมู่บ้านอิมลิล (Imlil) ได้ สำหรับสถานที่น่าสนใจในบริเวณนี้จะเป็นทอดราจอร์จ (Todra Gorge) โกรกธารที่มีโขดผาสูงตลอดสองฝั่ง ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำทอดรา (Todra River) กับแม่น้ำเดดส์ (Dades River) ที่อยู่ใกล้เคียง และใกล้กับเทือกเขาแอตลาสเป็นที่ตั้งของ ไอท์ เบน ฮาดดู (Aït Benhaddou) เมืองที่สร้างขึ้นจากอิฐดินซึ่งปรากฏในภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิ ลอเรนซ์แห่งอาราเบีย (Lawrence of Arabia) และ กลาดิเอเตอร์ นักรบผู้กล้าผ่าแผ่นดินทรราช (Gladiator) เป็นต้น


2.หมู่บ้านเมอร์ซูก้า (Merzouga)

เที่ยวโมรอคโคเมอร์ซูก้าเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศและอยู่ไม่ไกลจากชายแดนประเทศแอลจีเรีย เมอร์ซูก้าอยู่ใกล้กับ เอร์กเชบบี้ (Erg Chebbi) เนินทรายสูงถึง 150 เมตรที่เกิดขึ้นแรงลมพัดผ่าน นักเดินทางที่กำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใครสามารถร่วมคณะทัวร์เดินทางข้ามคืนด้วยอูฐผ่านเนินทรายสีแดงส้มที่เป็นลอน แล้วพักค้างแรมในเบสแคมป์ตามเนินทรายขนาดใหญ่ ในขณะบางคณะทัวร์มีเต็นท์ให้พักค้างแรมเป็นของตัวเอง ขณะค้างแรมก็จะมีการทำอาหารและการแสดงดนตรี โดยนักท่องเที่ยวสามารถเล่นสนุกสนานบนเนินทรายภายใต้ดาวนับล้านคนได้


1.เมืองมาร์ราคิช (Marrakech)

เที่ยวโมรอคโคมาร์ราคิชซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศมาก่อน และมักถูกเรียกว่า “เมืองสีแดง” (Red City) อันเนื่องมาจากอาคารบ้านเรือนที่ทำจากหินทราย ในทศวรรษที่ 1960 เมืองมาร์ราคิชได้ชื่อว่าเป็น “ฮิปปี้เมกกะ” (hippie mecca) ที่ดึงดูดบุคคลผู้มีชื่อเสียงให้มาเยือนมากมาย อาทิ วงเดอะบีเทิลส์ (The Beatles) ดีไซเนอร์ อีฟว์ แซ็ง โลร็อง (Yves Saint Laurent) และวงเดอะโรลลิงสโตนส์ (The Rolling Stones) วิธีการที่ดีที่สุดที่จะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่งดงามและลานต้นส้ม ปาล์ม แอปริคอท และต้นมะกอกนี้ คือ การเดินเล่นในย่านเมืองเก่า ชมหมองู ต่อรองการซื้อขายพรมเก่า ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองอย่างหัวแกะ หรือใช้บริการนวดในอ่างอาบน้ำสาธารณะ เดินทอดน่องไปในสวนพฤกษศาสตร์มาจอแรลล์ (Majorelle Garden) ที่ผสมผสานศิลปะตกแต่ง (art deco) และศิลปะแบบมัวริส และนั่งจิบชามิ้นท์ที่โรงน้ำชาแบบดั้งเดิม ทั้งหมดนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่มาร์ราคิชจะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในแอฟริกา

ส่งความเห็นของคุณสิ!