เที่ยวโปรตุเกส กับ 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามที่คุณไม่ควรพลาด

โปรตุเกสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุดในยุโรป เนื่องจากสภาพอากาศสบายๆ ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไม่สูงนัก และสถานที่ท่องเที่ยวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยโปรตุเกสมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่ภูเขาเขียวขจีและไร่องุ่นทางตอนเหนือ พื้นที่เพาะปลูกและหมู่บ้านยุคกลางทางตอนกลาง จนถึงชายหาดอันงดงามตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ อีกทั้งหมู่เกาะอะโซร์สและมาเดราที่เป็นรู้จักจากภูมิทัศน์ที่สวยงามและสวยดอกไม้ต่างๆ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในประเทศโปรตุเกสมีดังนี้


10.กูอิงบรา (Coimbra)

เที่ยวโปรตุเกสกูอิงบรา เมืองที่มีเสน่ห์ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำมอนเดโกทางตอนกลางของประเทศนี้ เป็นบ้านของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสวยงาม แนวเพลงฟาดูแนวที่สองของประเทศ และวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาโดยรอบมหาวิทยาลัยกูอิงบรา (University of Coimbra) หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สถานที่เที่ยวน่าสนใจ ได้แก่ มหาวิหารเก่า (Old Cathedral) พระอารามแห่งซานต้าคลาร่าอาเวลอ่า (Monastery of Santa Clara-a-Velha) ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 1 แห่งคาสตีล และที่ขาดไม่ได้ คือ หอสมุดโจนนิน่า (Joanina Library) หนึ่งในหอสมุดที่สวยที่สุดในโลกซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยกูอิงบรา


9.อะโซร์ส (Azores)

เที่ยวโปรตุเกสอะโซร์สเป็นหมู่เกาะตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก อยู่ทางทิศตะวันตกของลิสบอนราว 1,500 กม. ประกอบด้วยเกาะภูเขาไฟ 9 เกาะ ซึ่งมีความโดดเด่นเฉพาะตัว อย่างการเป็นสถานที่ชมปลาวาฬระดับโลก แช่น้ำพุร้อน และเดินลัดเลาะไปในชุมชนที่อยู่ติดทะเล เป็นต้น โดยมีเกาะเซามีแกล (São Miguel) เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะ ในขณะที่เกาะปีกู (Pico) เป็นที่ตั้งของภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ


8.อาวีโร (Aveiro)

เที่ยวโปรตุเกสอาวีโรเป็นเมืองอันแสนวุ่นวายทางตอนกลางของประเทศที่ได้รับสมญานามว่า “เวนิสของโปรตุเกส” เนื่องจากความสวยงามของคลองที่ตัดผ่านในตัวเมือง โดยมีสะพานเชื่อมแต่ละฝั่งเข้าด้วยกัน และมีเรือกอนโดลาและเรือเร็วหลากสีสันล่องไปตามลำคลองเหล่านั้น นอกจากนั้น ด้วยมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ชายหาดขนาดใหญ่ และอาหารเลิศรส อาวีโรจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ มหาวิหารอาวีโร (Aveiro Cathedral) โบสถ์เซากงซาลิง (São Gonçalinho Chapel) และพระอารามของพระเยซูคริสต์ (Convento de Jesus)


7.แอวูรา (Evora)

เที่ยวโปรตุเกสแอวูราเป็นเมืองเอกของภูมิภาคอเลนเทโฮ (Alentejo) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และเต็มไปด้วยสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย อย่างเขตเมืองเก่า (Old Town) ที่คงอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์กว่า 4,000 แห่ง รวมถึงกำแพงและอารามตั้งแต่สมัยโรมัน เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเอโวรา (Cathedral of Evora) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สำคัญที่สุดประเทศ และหากออกไปชานเมืองจะได้พบกับกลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย


6.ปอร์โต (Porto)

เที่ยวโปรตุเกสปอร์โตเป็นเมืองที่อยู่ตามแนวภูเขาเหนือแม่น้ำโดรู (Douro River) ทางตอนเหนือของประเทศ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพอร์ตไวน์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ใจกลางของเมือง คือ ย่านริเบรา (Ribera) ที่อยู่ตามแนวแม่น้ำโดรู ซึ่งอบอวลไปด้วยดนตรีสด คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขายของตามท้องถนน อีกสถานที่หนึ่งที่เป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก คือ สะพานเหล็กสองชั้นแบบโค้ง ดอม หลุยส์ที่ 1 (Ponte Dom Luis) ที่เชื่อมจากปอร์โตไปยังวิลลา โนวา เดอ เกล์ (Vila Nova de Gaia) ย่านที่ขึ้นชื่อในเรื่องห้องเก็บพอร์ตไวน์ใต้ดิน


5.มาเดรา (Madeira)

เที่ยวโปรตุเกสหมู่เกาะมาเดราเป็นเสมือนโอเอซิสกลางมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างโปรตุเกสและแอฟริกาเหนือ สถานที่น่าแวะไปสัมผัส ได้แก่ สวนกล้วยไม้และป่าเลารีซิลวา (Laurissilva Forest) ป่าไม้ที่มีต้นเลอเรลปกคลุมหนาแน่นที่สุดในโลก เมืองเอกของหมู่เกาะมาเดราคือฟุงชาล (Funchal) ซึ่งเต็มไปด้วยโบสถ์และป้อมปราการที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รีสอร์ท ร้านอาหาร และลิโดพรอมานาด (Lido Promenade) ที่ทำให้คุณได้ชื่นชมวิวมหาสมุทรอันน่าตื่นตาตื่นใจได้อย่างชัดเจน


4.ซิงตรา (Sintra)

เที่ยวโปรตุเกสเมืองซิงตราที่ตั้งอยู่เชิงเขาซิงตราบนชายหาดลิสบอนนี้รายล้อมไปด้วยภูเขาเขียวขจี โดยมีบ้านพักตากอากาศ ปราสาท และพระราชวัง อย่างพระราชวังแห่งชาติเปนา (Pena’s Palace) พระราชวังฤดูร้อนอันใหญ่โตของราชวงศ์โปรตุเกสที่ชวนให้นึกถึงปราสาทนอยชวานชไตน์ในประเทศเยอรมนี และซากโบราณของปราสาททัวร์ (Castle of the Moors) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของเมือง และพระราชวังมอนเซอร์ราเต้ (Monserrate Palace) ที่มีสวนพฤกษศาสตร์กึ่งเขตร้อนซึ่งปลูกพืชพรรณจากทั่วโลกอยู่คู่กัน


3.ออบีดุช (Obidos)

เที่ยวโปรตุเกสเมืองออบีดุชซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองเก่าแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาในภูมิภาคเซนโทรทางตะวันตกของประเทศ ภายใต้กำแพงจะได้พบกับปราสาทยุคกลางยิ่งใหญ่อลังการและศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมือง ตลอดจนถึงถนนแคบๆ ที่ปูด้วยเรียงด้วยหินก้อนโตที่ลัดเลาะไปตามจัตุรัสที่คนพลุกพล่าน คาเฟ่ที่เชื้อเชิญให้เข้าไปลิ้มลอง ร้านค้าที่มีเสน่ห์ และบ้านสีขาวทั้งหลังตัดสลับกับดอกไม้หลากสีสัน


2.อัลการ์ฟ (Algarve)

เที่ยวโปรตุเกสภูมิภาคอัลการ์ฟที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเป็นอีกหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเช่นกัน เนื่องด้วยมีภูมิอากาศแถบเมดิเตอร์เรเนียน ชายหาดใหญ่โต ย่านที่มีเสน่ห์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อาหารเลิศรส และไม่ต้องค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงนัก เมืองที่สำคัญในภูมิภาคนี้ ได้แก่ เมืองฟารู (Faro) ที่เป็นเมืองเอกของภูมิภาค เมืองลากอส (Lagos) ที่เป็นจุดศูนย์รวมของการเที่ยวกลางคืน เมืองซิลวิส (Silves) ที่ขึ้นชื่อจากปราสาทที่ทำจากหินทรายสีแดง และเมืองทาวิร่า (Tavira) ชุมชนที่เต็มไปด้วยอนุสาวรีย์ สะพาน และปราสาทยุคเรเนซองส์


1.ลิสบอน (Lisbon)

เที่ยวโปรตุเกสกรุงลิสบอนซึ่งตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำเทกัส (Tagus River) ใกล้มหาสมุทรแอตแลนติกเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าไปสัมผัส เนื่องด้วยอากาศที่อบอุ่น ตรอกซอกซอยที่น่าค้นหา ร้านค้าที่มีเสน่ห์ มหาวิหารบนสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สะพานที่น่าทึ่ง และอาคารบ้านเรือนหลากสีสันภายใต้เสียงเพลงแนวฟาดูแบบดั้งเดิม ย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองหลวงนี้ คือ ย่านอัลฟามา (Alfama) ที่เต็มไปด้วยเส้นทางแคบๆ วกวนที่ปูด้วยเรียงด้วยหินก้อนโต อาคารบ้านเรือนบนสถาปัตยกรรมอันเรียบง่าย และปราสาทเซนต์จอร์จ (St. George’s Castle) วิธีดีที่สุดการท่องเที่ยวในกรุงลิสบอน คือ ให้นั่งรถรางสายต่างๆ อย่างสาย Tram 28 ที่จะพาคุณลัดเลาะไปยังย่านที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวน และสถานที่ท่องเที่ยวหลักในเมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย

ส่งความเห็นของคุณสิ!