เที่ยวเอสโตเนีย กับ 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์แห่งยุคกลาง

เอสโตเนียเป็นประเทศที่โดดเด่น เพราะเป็นเมืองที่ยังคงรักษากลิ่นอายของความเป็นยุคกลางเอาไว้ได้อย่างมีเสน่ห์ มีแนวชายฝั่งที่สวยงาม ประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง และที่สำคัญมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่ไม่มากสูงนัก กรุงทาลลินน์เป็นเมืองที่น่าหลงใหลแก่การสำรวจ แต่เอสโตเนียไม่ได้มีเพียงเมืองเดียวที่ควรค่าแก่การสำรวจเท่านั้น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศนี้มีดังนี้


10.วิลจันดิ (Viljandi)

เที่ยวเอสโตเนียวิลจันดิเป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศที่มีประวัติศาสตร์เกือบ 2,600 ปี ปัจจุบันนี้ยังคงพบเห็นสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ได้อยู่มาก อาทิ ซากมหาวิหารวิลจันดิ (Viljandi Order Castle) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แต่สิ่งที่ดึงดูดผู้คนมายังเมืองนี้ คือ เทศกาลดนตรีพื้นบ้านประจำปีที่เป็นเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมของทุกปี


9.อุทยานแห่งชาติซูมา (Soomaa National Park)

เที่ยวเอสโตเนียอุทยานแห่งชาติซูมาเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ เนื่องด้วยมีแม่น้ำอันสวยงามหลายสายไหลตัดผ่านและพรุที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งมาเป็นเวลากว่า 10,000 ปี วิธีที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมอุทยานแห่งนี้คือการพายเรือแคนู ทำให้ได้พบเห็นสัตว์นานาพันธุ์อย่างกวาง หมูป่า นกอินทรีสีทอง และอีกมากมาย การพายเรือแคนูนั้นเป็นที่นิยมกันมากในฤดูใบไม้ผลิ


8.ปราสาทรัคแวร์ (Rakvere Castle)

เที่ยวเอสโตเนียรัคแวร์เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศที่มีประวัติศาสตร์เกือบ 1,500 ปี สถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของเมือง คือ ปราสาทรัคแวร์ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุกย้อนยุคไปยังสมัยยุคกลาง ที่มีกิจกรรมทั้งการปรับแต่งอาวุธของอัศวิน การเล่นแร่แปรธาตุ การเที่ยวชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินในยุคโบราณ หรือการลิ้มลองอาหารในยุคกลางได้


7.ฮีอูมา (Hiiumaa)

เที่ยวเอสโตเนียฮีอูมาเป็นหนึ่งในหลายเกาะในทะเลบอลติกที่เหมาะกับคนที่มองหาความเงียบสงบเพื่อการพักผ่อน หรือการทำกิจกรรมอย่างโต้คลื่น ล่องเรือ และปีนเขา เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของประภาคารที่สำคัญอย่างประภาคารทักคูนา (Tahkuna Lighthouse) ซึ่งเป็นประภาคารสูงที่สุดในประเทศ หรือประภาคารโคปุ (Kõpu Lighthouse) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 และเป็นหนึ่งในประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดของโลก


6.ปราสาทนาร์วา (Narva Castle)

เที่ยวเอสโตเนียนาร์วาเป็นเมืองทางตะวันออกสุดของประเทศและสหภาพยุโรป สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองนี้ คือ ปราสาทนาร์วา (หรือที่เรียกกันว่า ปราสาทแฮร์มัน (Hermann Castle)ที่พำนักของรองผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อมองออกไปจากหอคอยของปราสาทแห่งนี้จะเห็นป้อมปราการอิวานกอรอดในประเทศรัสเซียที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำได้อย่างชัดเจน


5.ปาร์นู (Parnu)

เที่ยวเอสโตเนียเมืองปาร์นูเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองหลวงของประเทศในฤดูร้อน เพราะชาวเอสโตเนียส่วนใหญ่เลือกพักตากอากาศในฤดูร้อนที่นี่เนื่องด้วยหาดทรายสีขาวละเอียดและเนินทรายที่งดงาม กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำกันก็มีการเดินชมทิวทัศน์ทะเลบนพรอมานาดที่ยาวตลอดชายฝั่ง และการเล่นที่สวนน้ำในร่มวีพาร์ค (Vee Park)


4.ซาเรมา (Saaremaa)

เที่ยวเอสโตเนียซาเรมาเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศซึ่งตั้งอยู่ในทะเลบอลติก โดยเกาะนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 8,000 ปี นักท่องเที่ยวส่วนมากใช้เวลาไปกับคูเรสซาเร (Kuressaare) เมืองเอกของเกาะที่มีปราสาทในยุคกลางตั้งอยู่ แต่หากคุณมองหาสถานที่ปีนเขา เที่ยวชมบรรยากาศ ดูนก หรือถ่ายภาพสวยๆ แล้วล่ะก็ คาบสมุทรเซิร์ฟ (Sõrve Peninsula) คือจุดหมายปลายทางที่คุณไม่ควรพลาด


3.อุทยานแห่งชาติเลเฮมา (Lahemaa National Park)

เที่ยวเอสโตเนียอุทยานแห่งชาติเลเฮมาเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศ เนื่องจากอยู่ห่างจากเมืองหลวงราวหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น โดยจุดที่ต้องไปชมให้ได้ คือ วีรูราบา (Viru Raba) ส่วนใจกลางอุทยานแห่งนี้มีหมู่บ้านซากาดิ (Sagadi Village) ตั้งอยู่ ซึ่งมีคฤหาสน์ซากาดิ (Sagadi Manor) ที่คุณจะสามารถเที่ยวชมและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ได้


2.ทาร์ทู (Tartu)

เที่ยวเอสโตเนียทาร์ทูถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาของประเทศ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยทาร์ทู (University of Tartu) อันมีชื่อเสียง หนึ่งในสถานที่น่าสนใจที่สุดของเมืองนี้ คือ ซุปทาวน์ (Soup Town) เมืองที่ถนนทุกสายจะมีชื่อเรียกตามส่วนผสมในการทำซุป อาทิ มันฝรั่ง ถั่ว และถั่วลันเตา เป็นต้น นอกจากนั้น คุณจะได้สัมผัสกับอาคารบ้านเรือนสไตล์คลาสสิกที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และบ้านไม้ที่เรียงรายอยู่ตามท้องถนนที่อยู่ติดกับแม่น้ำเอมะโจกิ (Emajõgi River)


1.ทาลลินน์ (Tallinn)

เที่ยวเอสโตเนียกรุงทาลลินน์เป็นเมืองหลวงของประเทศและเป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมในยุคกลาง โดยใจกลางของเมืองหลวงนี้ คือ ทูมเปีย (Toompea) ภูเขาที่เต็มไปด้วยถนนที่ทำจากหินก้อนกลมๆ และอาคารบ้านเรือนในสมัยศตวรรษที่ 15 หากขึ้นไปถึงยอดเขาคุณจะพบกับทัศนียภาพส่วนใหญ่ของเขตเมืองเก่าได้โดยรอบ ไฮท์ไลต์ของเมืองเก่ามีทั้งร้านค้าที่จอแจบนถนนวีรู (Viru Street) ศาลากลางที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 และมหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้ (Alexander Nevsky Cathedral)

ส่งความเห็นของคุณสิ!