เที่ยวอุรุกวัย กับ 10 อันดับสถานที่สวยและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ห้ามพลาด !

เที่ยวอุรุกวัย อุรุกวัยเป็นประเทศเล็กๆ ที่อยู่ติดกับประเทศอาร์เจนตินาและบราซิลนี้มักถูกนักท่องเที่ยวมองข้ามไป แต่หากได้มาเยือนแล้วจะได้ดื่มดำกับแนวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ไปจนถึงพื้นที่ตามธรรมชาติ การขี่ม้าเลี้ยงวัวตามทุ่งหญ้า และวัฒนธรรมพื้นเมืองต่างๆ อย่างแน่นอน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว 10 อันดับมีดังนี้


1.มอนเตวิเดโอ (Montevideo)

เที่ยวอุรุกวัยมอนเตวิเดโอเป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นเมืองท่าอันเก่าแก่ และเป็นบ้านของประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ กรุงมอนเตวิเดโอแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่น่าสนใจมากมาย อย่างพระราชวังซัลโว (Palacio Salvo) ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมโกธิกและอาร์ตเดโคอันสะดุดตา ตลอดจนโบสถ์และแมนชั่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 อีกมากมาย


2.ปุนตาเคลเอสเต (Punta del Este)

เที่ยวอุรุกวัยปุนตาเคลเอสเตเป็นเมืองรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เมืองนี้เปรียบได้กับเมืองแซ็ง-ทรอเป (Saint-Tropez) ของประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากจะมีผู้คนจำนวนมากเดินทางมานอนอาบแดดและเที่ยวบาร์และคลับริมชายหาดในยามค่ำคืนนั่นเอง


3.โคโลเนียเดลซาคราเมนโต (Colonia del Sacramento)

เที่ยวอุรุกวัยโคโลเนียเดลซาคราเมนโตเป็นเมืองทางตะวันตกตอนใต้ของประเทศ โดยตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำริโอเดอลาพลาตา (Rio de la Plata) ฝั่งตรงข้ามเป็นกรุงบัวโนสไอเรสของประเทศอาร์เจนตินา ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับถนนที่ปูด้วยหิน ซากสิ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยตกเป็นเมืองขึ้นในอดีต ร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่นำสมัย และร้านอาหารอีกมาก เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในฐานะย่านประวัติศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


4.ซัลโต (Salto)

เที่ยวอุรุกวัยเมืองซัลโตอันเงียบสงบนี้เป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองทางตอนเหนือสุดที่จะสามารถข้ามไปยังอาร์เจนตินาได้ ซัลโตแห่งนี้โดดเด่นในด้านการดำเนินชีวิตของชาวอุรุกวัยที่ไม่เร่งรีบ สถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 19 และทางเดินริมแม่น้ำที่ทำให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามริมแม่น้ำได้ ส่วนใครที่ต้องการผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยนั้นสามารถนั่งรถประจำทางไปยังเทอร์มาสเดลเดย์แมน (Termas del Dayman) เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนได้


5.คาร์เมโล (Carmelo)

เที่ยวอุรุกวัยคาร์เมโลเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำรีโอเดลาปลาตา (Rio de la Plata) ในอดีตเมืองนี้เป็นที่รู้จักเพียงชาวอาร์เจนตินาเท่านั้น แต่เมื่อไม่นานมานี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามามากขึ้น ใครที่มาเยือนเมืองนี้มักจะนั่งเรือไปสำรวจดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำปารานาเดลตา (Paraná Delta) ด้วย


6.โรชา (Rocha)

เที่ยวอุรุกวัยโรชาเป็นเมืองเล็กๆ ริมทะเลที่มีทิวทัศน์อันตระการตาและหาดทรายที่รับลมทะเล จึงเป็นทางเลือกสำหรับการพักผ่อนนอกเหนือจากเมืองรีสอร์ทริมทะเลต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของประเทศ โรซายังมีผาหินและเนินทรายสลับกับทุ่งหญ้าและหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอีกด้วย


7.คาซาปูเอโบล (Casapueblo)

เที่ยวอุรุกวัยใครที่หลงรักในศิลปะจะต้องไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมเยือนคาซาปูเอโบล อาคารสีขาวทั้งหลังสูง 9 ชั้น ครั้งหนึ่งอาคารหลังนี้เคยเป็นสตูดิโอของจิตรกรคาร์ลอส (Carlos Paéz Vilaró) และปัจจุบันกลายเป็นโรงแรม หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ และคาเฟ่แล้ว อาคารนี้งดงามมากถึงขนาดได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศที่มนุษย์สร้างขึ้น


8.ลากูนการ์ซอน (Laguna Garzon)

เที่ยวอุรุกวัยเพียงไม่กี่กิโลเมตรจากปุนตาเคลเอสเตเป็นที่ตั้งของทะเลสาบการ์ซอน ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์ป่าและนกอพยพ ตลอดจนเป็นสถานที่ยอดนิยมในการเล่นวินด์เซิร์ฟและการประมง ที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสะพานข้ามทะเลสาบรูปวงแหวนซึ่งได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอุรุกวัย หากได้มาพักค้างแรมที่เมืองนี้ขอแนะนำที่พักลอยน้ำบนทะเลสาบซึ่งจะมอบความเป็นส่วนตัวเพื่อการพักผ่อนแบบเต็มอิ่มให้กับท่าน


9.ตากัวเรมโบ (Tacuarembó)

เที่ยวอุรุกวัยตากัวเรมโบเป็นเมืองในเนินเขาเฮโด (Cuchilla de Haedo) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ นอกจากที่จะเพลิดเพลินไปกับจัตุรัสและถนนในเมืองแล้ว ยังมีกิจกรรมขี่ม้าเพื่อสัมผัสกับชีวิตคาวบอยตามทุ่งหญ้าในชนบทให้เลือกทำด้วย


10.กาโบโปโลเนีย (Cabo Polonia)

เที่ยวอุรุกวัยทางตะวันออกเหนือของเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่าลาปาโลมา (La Paloma) นั้นเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านริมชายหาดชื่อ กาโบโปโลเนีย หมู่บ้านนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลของประเทศและยังเป็นบ้านของสิงโตทะเลฝูงใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองด้วย ใครที่มาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้จะพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งสัมผัสกับชายหาดอันสวยงาม สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ดื่มดำกับค็อกเทลที่บาร์ริมหาด และนอนหลับบนเปลญวนในบรรยากาศที่เงียบสงบ ถึงแม้จะต้องเดินเท้าผ่านเนินทรายเป็นระยะทาง 7 กม. หรือขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไปก็ตาม

ส่งความเห็นของคุณสิ!