เที่ยวยูเครน กับ 10 สถานที่มนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมชาวสลาฟ

เที่ยวยูเครน พอเอ่ยถึงประเทศนี้แล้วหลาย ๆ คนคงจะได้ยินชื่อคุ้น ๆ กันมาบ้าง โดยประเทศยูเครน ตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก มีพื้นที่กว่า 603,000 ตารางกิโลเมตร นับว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดันสองในแถบยุโรป ติดกับประเทศรัสเซีย และประเทศโปแลนด์ทำให้ประเทศนี้มีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างคลายกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างรัสเซียและโปแลน์อยู่มาก ประชาก่อนส่วนใหญ่ของประเทศก็เป็นสชาวสลาฟ ซึ่งเมื่อคุณได้ไปเยี่ยนชมก็จะได้ซึมซับศิลปะ และวัฒนธรรมของชาวสลาฟที่สวยงามและน่าสนใจไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ ในยุโรปเลยทีเดียว วันนี้เราจึงรวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวน่าไปในประเทศยูเครนมาฝากกัน มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง


1.ไครเมีย เมืองแห่งรีสอร์ท (Crimea)

เที่ยวยูเครนไครเมียเป็นสถานที่น่าค้นหาและใช้เวลาว่างในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมานั้นสาธารณรัฐปกครองตนเองแห่งนี้ได้ดึงดูดผู้คนจากประเทศต่างๆ มาตั้งรกราก อาทิ ประเทศกรีซ สาธารณรัฐเวนิส และสาธารณรัฐเจนัว ผ่านการแต่งงานกับคนท้องถิ่น


2.เทือกเขาคาร์เพเทียน (Carpathian Mountains)

เที่ยวยูเครนเทือกเขาคาร์เพเทียนได้รับฉายาว่า “ไข่มุกสีเขียวแห่งยูเครน” เพราะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางรีสอร์ทและการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาที่นี่เป็นอย่างมากคือป่าไม้กับทุ่งหญ้าอันสวยงามตามธรรมชาตินั้นสามารถสอดประสานเข้ากับการดำเนินชีวิตของผู้คนได้เป็นอย่างดี


3.กรุงเคียฟ (Kiev)

เที่ยวยูเครนกรุงเคียฟ (Kiev) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนีเปอร์ (Dnieper River) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยจักรวรรดิเคียฟรุส (Kievan Rus) ซึ่งก้าวขึ้นถึงจุดสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 11 ถึง 12 โดยในสมัยนั้นเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายระหว่างทะเลบอลติกและทะเลเมดิเจอร์เรเนียน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ศิลปะและสถาปัตยกรรมในเมืองนี้จะถือเป็นทรัพย์สมบัติของมวลมนุษยชาติ 


4.เมืองลวีฟ (Lviv)

เที่ยวยูเครนลวีฟ (Lviv) เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังคงอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างในอดีตอย่างถนนแคบๆ ที่ปูด้วยหินหรืออาคารบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแตกต่างกันได้เป็นอย่างดี ในอดีตลวีฟเคยเป็นเมืองหลวงของราชรัฐกาลิเซีย-โวลไฮเนีย (Galicia-Volyn) และต่อมาก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (Austro-Hungarian Empire) และประเทศโปแลนด์ จึงทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 


5.เมืองโอเดสซา (Odessa)

เที่ยวยูเครนโอเดสซา (Odesa) เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ โดยได้รับฉายาว่า “ไข่มุกแห่งทะเลดำ” เนื่องจากเป็นเมืองท่าที่สำคัญของทะเลดำและของประเทศ ด้วยอากาศที่อบอุ่นและชายหาดที่มีแสงอาทิตย์ส่องกระทบจนเกิดภาพที่สวยงาม จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เมืองแห่งนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายแสนคนตลอดทั้งปี 


6.ยัลตา (Yalta)

เที่ยวยูเครนยัลตาเมืองชายฝั่งที่เป็นอัญมณีแห่งคาบสมุทรไครเมียเลยก็ว่าได้ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเมืองคาร์เมลของรัฐแคลิฟอร์เนีย ชายฝั่งเฟรนช์ริวีเอรา และประเทศกรีซได้อย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบเห็นรีสอร์ท พิพิธภัณฑ์ และชายหาดที่มีชื่อเสียงต่างๆ มากมาย


7.คาเมียเนส-โพดิสกี้ (Kamyanets-Podilsky)

เที่ยวยูเครนคาเมียเนส-โพดิสกี้เป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ โดยเขตเมืองเก่านั้นตั้งอยู่บนเกาะหินที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำสโมทริซ (Smotrich River) ที่ไหลไปตามหุบเขาลึกอันสวยงาม 


8.เมืองเชอร์นิกอฟ (CHERNIHIV)

เที่ยวยูเครนเชอร์นิกอฟเป็นถิ่นฐานอยู่อาศัยของมนุษย์มากว่า 2,000 ปี แล้ว ตั้งแต่จักรวรรดิเคียฟรุส (Kievan Rus) เมื่อมีการกล่าวถึงเมืองเชอร์นิกอฟและนอฟการัด-ซีเวอร์สกี (Novgorod-Seversky) โดยเมืองเชอร์นิกอฟเคยเป็นเมืองสำคัญที่สุดอันดับสองของประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว 


9.สวนพฤกษศาสตร์โซเฟียวกา (SOPHIEVKA PARK) เมืองอูมาน (UMAN)

เที่ยวยูเครนสวนพฤกษศาสตร์โซเฟียวกาเป็นผลงานชิ้นเอกในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 154.7 เฮกตาร์ รอบนอกจังหวัดเชอร์คาซี (Cherkassy) สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เป็นมาตรฐานของการจัดองค์ประกอบภูมิทัศน์ด้านน้ำ พื้นดิน งานสถาปัตยกรรม และรูปปั้นแกะสลักอย่างลงตัว 


10.โปลตาวา (Poltava)

เที่ยวยูเครนเมืองโปลตาวาซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองคาร์คิฟ (Kharkiv) และกรุงเคียฟมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสมรภูมิระหว่างคอสแซคที่นำโดยมาซีปากับพระเจ้าคาร์ลที่ 7 แห่งสวีเดน และกองทัพรัสเซียของพระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 1 ในปี 1709 

ส่งความเห็นของคุณสิ!