16 สถานที่ท่องเที่ยวนอร์เวย์ สุดสวย

ราชอาณาจักรนอร์เวย์ (พื้นที่ 385,170 km² , ประชากร 5,136,700 คน) ดินแดนอาทิตย์เที่ยงคืน” หรือ The Midnight Sun หนึ่งในประเทศกลุ่มนอร์ดิก ตั้งอยู่ในยุโรปตอนเหนือ สวรรค์สำหรับคนรักธรรมชาติ เป็นที่ตั้งฟยอร์ดที่สวยที่สุดในโลกหลายแห่ง (ฟยอร์ดเกิดจากการละลายของธารน้าแข็ง ผ่านกาลเวลาหลายร้อยปี เกิดการกัดเซาะกลายเป็นเส้นทางน้าที่ไหลผ่านกลางระหว่างเทือกเขาที่สูงชัน) ฟยอร์ดเหล่านี้มีทัศนียภาพอันงดงามอย่างน่าอัศจรรย์รวมถึงอากาศบที่บริสุทธ์สดชื่นจนหลายแห่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ฟยอร์ด (Fjord)เหล่านี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาประเทศนอร์เวย์ได้ปีละหลายล้านคน จนทำให้ประเทศแห่งนี้ได้รับอีกหนึ่งฉายาคือ “ดินแดนแห่งฟยอร์ด ยิ่งกว่านั้นนอร์เวย์ยังเป็นต้นกำเนิดของนักรบเผ่าไวกิ้งในตำนานที่ โด่งดังไปทั่วโลก นอร์เวย์ เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศสวยงามติดอันดับต้นๆของโลก มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ทางสถาปัตยกรรมและทางประวัติศาสตร์ที่งดงามอยู่มากมายทั่วประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตเรียบง่ายแบบสโลว์ไลฟ์อาจจะเป็นเพราะมีประชากรจำนวนเบาบาง แต่ค่าครองชีพจัดว่าสูงเลยทีเดียว แต่ละมณฑลของนอร์เวย์ล้วนแล้วแต่มีธรรมชาติที่งดงามเป็นอย่างยิ่งทั้งเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ธารน้าแข็ง น้าตก ฟยอร์ด ทะเลสาบมากมายหลายแห่งรวมทั้งบ้านเรือนที่เก่าแก่แต่สวยงาม และเงียบสงบ สำหรับนักท่องเที่ยวหากได้มาสัมผัสความงามและความโรแมนติคของแหล่งท่องเที่ยวของนอร์เวย์แล้ว รับรองได้ว่าทุกท่านจะได้รับความประทับใจแบบมิรู้ลืมอย่างแน่นอนครับ


1.เกรังเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord)


ฟยอร์ดที่สวยที่สุดในบรรดาฟยอร์ดทั้งหมดของนอร์เวย์ เกรังเกอร์ฟยอร์ดตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ห่างจากเมืองออเลซุนด์ประมาณ 100 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสีฟ้าคราม ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูงชันซึ่งถูกปกคลุมด้วย ความเขียวชอุ่มงดงามของแมกไม้นานาพันธุ์และอากาศบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยโอโซนนอกจากนั้นฟยอร์ดแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของน้ำตก Seven Sisters ที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก เกรังเกอร์ฟยอร์ดงดงามจนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี ค.ศ. 2005

1-geirangerfjord เที่ยวนอร์เวย์


2.จุดชมวิวดาล์สนิบบา (DALSNIBBA)


2-dalsnibbaจุดชมวิวที่สูงที่สุดและสวยสุดของนอร์เวย์ตั้งอยู่ที่เมือง Geiranger จากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามอันน่าอัศจรรย์ของ Geiranger fyord ได้อย่างใกล้ชิดและยังได้ชมความเขียวขจีและสีขาวของ เทือกเขา Geirangerซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะได้ในแบบพาโนรามา จุดชมวิวแห่งนี้สูงกว่า 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในยามหมอกลงนักท่องเที่ยวจะรู้สึกเสมือนยืนอยู่บนท้องฟ้าเลยทีเดียว ทัศนียภาพอันแสนบริสุทธิ์งดงามทำให้จุดชมวิวแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทาง ธรรมชาติ ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือนในระหว่างเดือน มิถุนายน-กันยายนเท่านั้นครับ


3.ซอก์งเนฟยอร์ด (Sognefjord)และแนเรยฟยอร์ด (Naeroyfjord) เมืองฟลัม


3-naeroyfjordซอก์งเนฟยอร์ด เป็นฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในโลก ฟยอร์ด แห่งนี้มีความลึกกว่า 1,300 เมตร และทอดตัวคดเคี้ยวผ่านเทือกเขาสูงชันเข้าสู่แผ่นดินซึ่งมีความยาวกว่า 200 กิโลเมตร ก่อนจะแยกสาขาออกเป็นเนียรอย ฟยอรด์..Næroyfjord ที่มีความยาวเพียงแค่ 18 กิโลเมตร และมีส่วนที่แคบที่สุดเพียงแค่ 500 เมตร แนเรยฟยอร์ดเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ถูกเลือกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศนอร์เวย์ ฟยอร์ดแห่งนี้เป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบล่องเรือเฟอร์รี่ เหตุเพราะอากาศบริสุทธิ์สดชื่น รวมถึงทัศนียภาพทั้งสองฝั่งของฟยอร์ดแห่งนี้สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเหมาะแก่การตกปลาอันเป็นกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่

สถานที่ท่องเที่ยวนอร์เวย์


4.รถไฟสาย “Flambana”


4-flambana เที่ยวนอร์เวย์ เส้นทางรถไฟสายที่ได้ชื่อว่าโรแมนติคที่สุดในโลก รถไฟแล่นผ่านฟยอร์ดอันงดงามหลายแห่ง ทิวทัศน์สองข้างทางของรถไฟสายนี้เรียงรายไปด้วยทิวเขา ฟยอร์ดและน้ำตกใหญ่น้อยที่เกิดจากการละลายของหิมะซึ่งทิวทัศน์เรียกได้ว่างดงามเกินคำบรรยายกันเลยทีเดียว มีร์ ดาลเป็นศูนย์กลางของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ ตั้งอยู่บนความสูง 857 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลใกล้กับฟยอร์ด Aurland นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของทิวทัศน์สองข้างทางตลอดจนภูมิทัศน์อันงดงามของฟยอร์ดต่างๆแบบลืมเวลากันไปเลย เส้นทางรถไฟจะผ่านอุโมงค์, ลอดภูเขา, สะพานข้ามหุบเขาและแม่น้ำ และจะจอดให้ท่านได้ถ่ายภาพกับน้ำตกสวยที่สุดในนอร์เวย์ Kjosfossen เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่โรแมนติคที่สุดในโลกจริงๆ


5.ลีเซฟยอร์ด (Lysefjord)


5-lysefjord เที่ยวนอร์เวย์ลีเซฟยอร์ด Lysefjord เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของนอรเวย์  มีภูมิทัศน์เป็นภูเขาสูงชันที่โอบล้อมอ่าวแคบๆ เอาไว้ และหนึ่งในภูเขาที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในฟยอร์ดแห่งนี้ก็คือ เพรเคสโตเลน ซึ่งเป็นภูเขาหินขนาดมหึมากว่า 600 เมตร มีลักษณะเป็นหน้าผาทรงแท่งสี่เหลี่ยม ข้างบนเป็นลานขนาดใหญ่ที่รอต้อนรับผู้มาเยือนผู้มีความกล้า และความทรหดอดทนเพราะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการปีนขึ้นไป Lysefjord มีลักษณะพิเศษของภูมิประเทศที่ไม่เหมือนใคร มีสองจุด ที่ยื่นยาวออกไปและเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมาก คือพัลพิตรอค. ซึ่งเป็นหน้าผาที่ยื่นออกไปยาวกว่า604 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถออกมาชมวิวรอบฟยอร์ดได้ในแบบพาโนรามาและนักผจญภัยกระโดดเขาชอบมากระโดด กันที่นี่ จะมีจุดกระโดดที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะที่เรียกว่าBASE jumping


6.ฮาร์ดังเกอร์ฟยอร์ด (Hardangerfjord)


6-hardangerfjord สถานที่ท่องเที่ยวนอร์เวย์ฮาร์ดังเกอร์ฟยอร์ด ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเบอร์เกนประมาณ 40 กิโลเมตร ฟยอร์ดแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากซอก์งเนฟยอร์ด โดยทัศนียภาพทั้งสองฝั่งของฟยอร์ดแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ตลอดจนดอกไม้หลากสีสัน ที่แข่งกันอวดโฉมบานสะพรั่งในทุกๆ ฤดูกาล อีกทั้งความพิเศษอีกอย่างคือ นักท่องเที่ยวสามารถมาเล่นสกี ณ ที่แห่งนี้ได้แม้กระทั่งในช่วงฤดูร้อน รวมถึงสัมผัสกับความงามของน้ำตกเวอริงส์ฟอสเซนอันมีชื่อเสียงในนอร์เวย์


7.Atlantic Ocean Road


7-atlantic-ocean-road สถานที่ท่องเที่ยวนอร์เวย์

ถนนข้ามทะเลแอตแลนติก ตั้งอยู่ที่เมืองคริสเตียนซุนด์ ถนนแอตแลนติกเส้นนี้ทอดตัวคดเคี้ยวข้ามทะเลและเชื่อมระหว่างเกาะต่างๆในนอร์เวย์โดยมีความยาว 8 กิโลเมตร ลักษณะเป็นสะพานต่ำๆ ที่ยื่นออกไปในทะเลเชื่อมระหว่างชุมชนชายฝั่งขนาดเล็ก จากเมืองคริสเตียนซุนด์ไปยังเกาะโมลเด มีจุดที่สูงที่สุดคือสะพาน Storseisundet สะพานยาว 260 เมตรที่สถาปนิกออกแบบเป็นเส้นโค้งที่งดงามอย่างน่าทึ่ง เป็นสะพานสวยงามที่สุดและอันตรายที่สุดในบรรดาสะพานทั้งหมด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เลือกที่จะเดินทางไปยังถนนแอตแลนติก ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพื่อที่จะได้สัมผัสกับ พายุที่โหมกระหน่ำถนนอย่างน่าหวาดเสียว บางครั้งลมพายุรุนแรงขนาดพัดรถตกถนนกันเลยครับ


8.Reine


8-reine ประเทศนอร์เวย์หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ ตั้งอยู่ห่างจากออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ไปทางตอนเหนือ 1,300 กิโลเมตร โดยมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะเขตหนาว Moskenesioya บรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้แสนสงบโดยมีประชากรเพียง 300 กว่าคนเท่านั้น ชาวบ้านยังอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมและมีการจับปลาเป็นอาชีพหลัก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงดงามของบ้านไม้ทรงน่ารักสีขาว แดง และดำ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามพื้นที่ราบเชิงเขารายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และทิวทัศน์ของเทือกเขาสีขาวที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี เอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือบ้านหลังเล็กริมน้าซึ่งมีเรือลำเล็กจอดอยู่หน้าบ้านทุกๆหลัง นอกจากนั้นที่หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆไว้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเช่น พายเรือแคนนู ล่องเรือชมความงามสองฝั่งของฟยอร์ด รวมถึงการปีนเขาสูงซึ่งปกคลุมด้วยหิมะสำหรับคนชอบความท้าทายและยังมีพระอาทิตย์เที่ยงคืนให้ได้ชมในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย


9. อาคารไม้เก่าแก่สุดคลาสสิก 61 หลังแห่งเมืองเบอร์เกน


9-bergen ประเทศนอร์เวย์ได้รับการยกย่องว่าเป็นเรือนแถวที่งดงามที่สุดในโลกและยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย อาคารไม้แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเบอร์เกนเมืองท่าเก่าแก่อายุเกือบพันปี เรือนแถวเหล่านี้ลักษณะเป็นห้องแถวสูง 3 ชั้นสร้างด้วยไม้ มีทั้งสีขาว แดง เหลือง และเขียว หน้าจั่วของเรือนทุกหลังทถูกตกแต่งด้วยไม้ แกะสลักเป็นรูปหัวกวาง ตัวแคปริคอน ม้ามังกร และรูปตุ๊กตาต่างๆซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเรือนไม้แห่งนี้ ปัจจุบันเรือนไม้มรดกโลกเหล่านี้ยังใช้ทำประโยชน์อยู่โดยจัดเป็น ร้านค้า แกลเลอรี ร้านขายสินค้าที่ระลึก งานศิลปะ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ นอกจากนั้นในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นย่านตลาดปลา ตลาดนัดเล็กๆขายสินค้าพื้นเมือง ดอกไม้ งานศิลปะ และร้านอาหารทะเลแสนอร่อย


10.พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์


10-viking-museum ประเทศนอร์เวย์พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเรือตั้งแสดงไว้ 3 ลำ แต่ละลำมีอายุกว่า 1,000 ปี เรือเดินทะเลของชนเผ่าไวกิ้งเหล่านี้ถูกสร้างในราว ค.ศ. 700-1000 ตัวเรือไวกิ้งมีความยาว 22 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึก 1.5 เมตร ใช้ฝีพายกว่า 30 คน ตรงกลางมีเสากระโดงสำหรับติดเรือใบ ท้องเรือแบนเหมาะแก่การโต้คลื่น หัวงอน ท้ายงอน หัวเรือนั้น ทำเป็นรูปหัวงู เนื่องจากชาวไวกิ้งมีความเชื่อว่างูจะช่วยขจัดความชั่วร้ายได้  ลำเรือทำจากไม้โอ๊กประกบกันเป็นเกล็ด แล้วเคลือบด้วยน้ำมันเหนียว เรือไวกิ้งทั้ง 3 ลำนี้ มีเพียงลำเดียวที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากจมอยู่ในโคลนและไม่เคยออกทะเล แต่ใช้เป็นที่ฝังศพของหญิงสูงศักดิ์ชาวไวกิ้ง 2 คน


11.มหาวิหารนิดารอส (Nidaros Cathedral)


11-nidaros-cathedral ประเทศนอร์เวย์มหาวิหารนิดารอสแห่งเมือง Trondheim โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนอร์เวย์และโบสถ์ใหญ่เป็นอันดับสองของสแกนดินเนเวีย ก่อสร้างในสไตล์โกธิค เริ่มสร้าง ค.ศ.1004 แล้วเสร็จในปี 1012 แล้วเสร็จในปี 1012
เป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญที่สุดของยุโรปตอนเหนือในช่วงยุคกลาง โดดเด่นด้วยลวดลายอันวิจิตรตระการตาของด้านหน้าโบสถ์ พระมหากษัตริย์ประเทศนอร์เวย์ทุกพระองค์ ต้องเสด็จพระราชดำเนินมายังวิหารแห่งนี้ เพื่อประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี นอกจากนี้ แล้วในอดีตมหาวิหารนิดาโรส ยังเป็นอีกจุดหมายปลายทางของเหล่านัก แสวงบุญที่เดินทางมาจากทั่วภาคเหนือของยุโรปอีกด้วย


12. อุทยานฟรอกเนอร์ (FROGNER SCULPTURE PARK) กรุงออสโล


12-frogner-sculpture-park ประเทศนอร์เวย์สถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะประติมากรรม การแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และการหล่อรูปคนด้วยสำริดและทองแดง ผลงานทั้งหมดเป็นของ ‘กุสตาฟ วิคเกอร์แลนด์ ‘ ปฏิมากรชื่อดัง ซึ่งที่นี่มีปฎิมากรรมมากกว่า 200 ชิ้นให้ได้ชม โดยผลงานชิ้นเอกเป็นเสากลางอุทยานซึ่งมีควมสูงถึง17 เมตร ชื่อ Monolitten รอบเสาแกะสลักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์ ลักษณะของเสาโมโนลิท เป็นรูปคนจำนวนมากมายปีนป่ายกันอยู่บนเสาใช้เวลาสร้างรวม22ปีจากหินแกรนิตเพียงแท่งเดียว และยังมีรูปหล่อสำริด ชื่อ Angry Littleboy อันโด่งดังไม่แพ้กัน


13. อุทยาน แห่งชาติรอนเดน” (Rondane National Park) เที่ยวนอร์เวย์


13-rondane-national-park ประเทศนอร์เวย์อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศนอร์เวย์ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกของมณฑล ออปป์ลันด์ (Oppland) อุทยานแห่งนี้ถูกตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1970 ในพื้นที่กว่า900 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานแห่งชาตินอกจากพื้นที่ราบแล้วยังเต็มไปด้วยหน้าผา และทิวเขาสูงชัน โดยบางลูกมีความสูงกว่า 2,000 เมตร นอกจากนี้ยังมี ธารน้ำแข็ง น้ำตก รวมไปถึงทะเลสาบรอนดวัทเนท (Rondvatnet) ทะเลสาบที่มีความยาวประมาณ 3.7 กิเลเมตร โดยทะเลสาบแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางของอุทยานอุทยานแห่งชาติรอนเดน ซึ่งในทุกๆช่วงฤดูร้อนจะมีบริการเรือสำหรับการขนส่งนักเดินทาง อุทยานแห่งชาติรอนเดนมีพืชพรรณในแบบแอลไพน์ ไม้แคระ มอสส์ และไลเคน ส่วนสัตว์ที่อาศัยก็ได้แก่กวางเรนเดียร์ กระต่ายป่าและ สุนัขจิ้งจอก


14.โบสถ์โรลดัล สเตฟว (Roldal stave church )


14-roldal-stave-church เที่ยวนอร์เวย์หนึ่งในโบสถ์ที่มีความสำคัญที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศ เป็นโบสถ์ไม้ที่เก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ในอดีตโบสถ์แห่งนี้ไดรับความนิยมในของหมู่ผู้แสวงบุญเป็นอย่างมาก ปัจจุบันนั้นโบสถ์ยังคงอยู่ในการใช้งานปกติ และยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี


15. ท่าเรือเอเคอร์บรูค Aker Brygge เมืองออสโล


15-aker-brygge เที่ยวนอร์เวย์Aker Brygge ในอดีตกว่าร้อยปีมาแล้ว เคยเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ ปัจจุบันมีการปรับปรุงเป็นแหล่งรวมความบันเทิงยอดนิยมที่ครบครัน รวมทั้งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวไฮโซออสโล มีบ้านเรือนหรู และร้านค้าทันสมัยมากมาย เป็นแหล่งรวมความบันเทิงยามราตรี มีผับ บาร์ ร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่ชิลๆ มากมายนอกจากนี้ยังมี โรงหนัง โรงละครโอเปร่ารวมถึงห้างสรรพสินค้า เหมาะสำหรับการพักผ่อนเพลิดเพลินยามค่าในบรรยากาศแสง สี เสียงที่สุดฟินน์ มีการแสดงเปิดหมวก มีนักดนตรีข้างถนนร้องเพลงเพราะๆให้ฟัง ย่านนี้ของออสโลสามารถ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 10ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

15-aker-brygge-2 เที่ยวนอร์เวย์


16.ถนนคนเดินคาร์ลโจฮันเกท (KARL JOHANGEN GATE) เที่ยวนอร์เวย์


16-karl-johangen-gate ที่เที่ยวนอร์เวย์แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ เป็นแหล่งทั้งย่านช้อปปิ้งและแหล่งพบปะของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกช้อป ของฝากของขวัญที่น่าซื้อก็คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น สินค้าและ ของที่ระลึกต่างๆ ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจาก นอร์เวย์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก แต่ก็ จะมีช่วงลดราคาสินค้าปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมซึ่งจะลด 50-70 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว
 

 

 

ส่งความเห็นของคุณสิ!