เที่ยวคอสตาริกา กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ ที่คุณต้องไปเยือน

เที่ยวคอสตาริกา คอสตาริกาซึ่งตั้งอยู่ระหว่างนิการากัวและปานามานั้นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพื้นที่ทางธรรมชาติมากที่สุดในโลก โดยเป็นประเทศที่มีพืชพันธุ์และสัตว์อาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในโลก นอกเหนือไปจากภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งเทือกเขา หุบเขา ป่าไม้ ภูเขาไฟ ชายหาด ทะเลสาบและแม่น้ำ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของประเทศนั้นมี ดังนี้


10.ทามารินโด (Tamarindo)

เที่ยวคอสตาริกาทามารินโดเป็นเมืองริมทะเลที่เจริญและเข้าถึงได้มากที่สุดทางตอนเหนือแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของประเทศ ด้วยทามารินโดเป็นเขตที่มีแสงแดดตลอดทั้งปี มีทัศนัยภาพอันน่าทึ่ง บรรยากาศอันผ่อนคลาย และใกล้กับอุทยานแห่งชาติต่างๆ เมืองแห่งนี้จะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัวและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย


9.กรุงซันโฮเซ (San José)

เที่ยวคอสตาริกากรุงซันโฮเซเป็นเมืองหลวงอันทันสมัยที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาและเทือกเขาอันเขียวชอุ่ม นักเดินทางที่มาเยือนเมืองหลวงนี้จะพบว่าเมืองนี้มีพร้อมทุกอย่างที่เฉกเช่นเมืองหลวงอื่นๆ ทั้งที่พัก สถานที่ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน และสถานที่ด้านศิลปะและวัฒนธรรม กรุงซันโฮเซนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางตอนกลางของประเทศ จึงกลายเป็นจุดตั้งต้นที่ดีเยี่ยมของการเดินทางไปเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วทั้งประเทศ


8.อุทยานแห่งชาติเชอร์ริโป (Chirripó National Park)

เที่ยวคอสตาริกาอุทยานแห่งชาติเชอร์ริโปตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดคือ ลิมอน (Limón) การ์ตาโก (Cartago) และซันโฮเซ อุทยานแห่งชาตินี้ตั้งชื่อตามภูเขาเชอร์ริโป (Chirripó) ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ และประกอบไปด้วยที่ราบสูงที่ไม่มีต้นไม้ ป่าเฟิร์น ที่ราบลุ่ม ป่าฝนอันเขียวชอุ่ม และทะเลสาบน้ำแข็ง


7.อุทยานแห่งชาติรินคอน เดอ ลา เวียร์ย่า (Rincon de la Vieja National Park)

เที่ยวคอสตาริกาอุทยานแห่งชาติรินคอน เดอ ลา เวียร์ย่า ตั้งอยู่ทางตอนเหนือฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของประเทศ อุทยานแห่งชาตินี้ตั้งชื่อตามแหล่งท่องเที่ยวหลักของอุทยานนั่นคือภูเขาไฟรินคอน เดอ ลา เวียร์ย่า นอกจากภูเขาไฟแล้ว อุทยานแห่งชาตินี้ยังอุดมไปด้วยไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน บ่อโคลานและบ่อน้ำพุร้อน ตลอดจนถึงพืชพันธุ์และสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอีกจำนวนมาก ที่รอต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวอยู่


6.อุทยานแห่งชาติคอร์โควาโด (Corcovado National Park)

เที่ยวคอสตาริกาอุทยานแห่งชาติคอร์โควาโดตั้งอยู่บนคาบสมุทรโอซา (Osa Peninsula) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ อุทยานแห่งนี้อุดมไปด้วยสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติและระบบนิเวศหลักอย่างป่าโกงกางและป่าเมฆ


5.อุทยานแห่งชาติทอร์ทูกัวโร (Tortuguero National Park)

เที่ยวคอสตาริกาอุทยานแห่งชาติทอร์ทูกัวโรเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีคนไปเยี่ยมมากที่สุดในประเทศ ถึงแม้จะเข้าถึงอุทยานนี้ได้จากทางเรือและทางเครื่องบินเท่านั้น อุทยานนี้เป็นหนึ่งเขตอนุรักษ์พันธุ์เต่าที่สำคัญที่สุดทางตะวันตกของทะเลแคริบเบียนอีกด้วย โดยใครที่ได้มาเยือนจะได้พบกับหาดทรายซึ่งเต็มไปด้วยเต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่และลูกเต่าที่ฟักออกจากไข่แล้วคลานกลับลงสู่ท้องทะเลอีกครั้ง


4.ปลายาจาโค (Playa Jaco)

เที่ยวคอสตาริกาปลายาจาโคเป็นเมืองริมทะเลที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีชายหาดขนาดใหญ่ บรรยากาศสบายๆ คลื่นทะเลที่เหมาะแก่การเล่นเซิร์ฟ กิจกรรมกลางแจ้ง และสถานบันเทิงยามค่ำคืน เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงซันโฮเซเพียง 2 ชั่วโมง เท่านั้น จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวเดินทางจากเมืองหลวงเป็นอย่างยิ่ง


3.อุทยานแห่งชาติมานูเอลอันโตนิโอ (Manuel Antonio National Park)

เที่ยวคอสตาริกาอุทยานแห่งชาติมานูเอลอันโตนิโอเป็นอุทยานแห่งชาติเล็กที่สุดและมีคนไปเยี่ยมชมมากที่สุดในประเทศ โดยตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางของประเทศและใกล้กับเมืองคิวพอส (Quepos) อุทยานนี้ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งป่าฝนอันเขียวชอุ่ม หาดทรายสีขาว และแนวปะการังที่งดงาม


2.ภูเขาไฟอารีนอล (Arenal Volcano)

เที่ยวคอสตาริกาภูเขาไฟอารีนอลเคยเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีพลังมากที่สุดในประเทศ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ภูเขาไฟแห่งนี้ได้เข้าสู่ภาวะสงบไม่ปะทุอีกต่อไป ถึงแม้ภูเขาไฟจะสงบแล้วแต่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและกิจกรรมกลางแจ้งอันน่าตื่นเต้นรอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่


1.เขตอนุรักษ์ป่าเมฆมอนเตเบอร์เด (Monteverde Cloud Forest Reserve)

เที่ยวคอสตาริกาเขตอนุรักษ์ป่าเมฆมอนเตเบอร์เดซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศนั้น เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดในประเทศ เนื่องจากความสวยงามทางธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ ทั้งการโหนสลิงและการท่องเที่ยวไปในป่า ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับภูเขาอันเขียวชอุ่มที่ปกคลุมไปด้วยเมฆ ไปพร้อมกับการแสดงดนตรีทางธรรมชาติ ที่มีทั้งเสียงนก เสียงสัตว์ และเสียงแมลงบรรเลงตลอดการเดินทางในป่าแห่งนี้

ส่งความเห็นของคุณสิ!